มุญฺชปพฺพชภูตาติ มุญฺชติณํ วิย ปพฺพชติณํ ๔- วิย จ ภูตา ตาทิสา ชาตา. ยถา หิ ตานิ ติณานิ โกฏฺเฏตฺวา กตรชฺชุ ฉินฺนกาเล ๕- กตฺถจิ ปติตํ คเหตฺวา เตสํ ติณานํ "อิทํ อคฺคํ, อิทํ มูลนฺ"ติ อคฺเคน วา อคฺคํ มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรมฺปิ, ๖- ปจฺจตฺตปุริสกาเร ๗- ฐตฺวา สกฺกา ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺโญ สตฺโต อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ, เอวมยํ ปชา ปจฺจยํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตี ทิฏฺฐิคตวเสน คุฬีคณฺฐิกชาตา ๘- หุตฺวา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตติ.
ตตฺถ อปาโยติ นิรยติรจฺฉานโยนิปิตฺติวิสยอสุรกายา. สพฺเพปิ หิ เต วฑฺฒิสงฺขาตสฺส อยสฺส อภาวโต "อปาโย"ติ วุจฺจนฺติ, ๙- ตถา ทุกฺขสฺส คติภาวโต ทุคฺคติ, สุขสมุสฺสยโต วินิปติตตฺตา วินิปาโต. อิตโร ปน:-
ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ ธาตุอายตนาน จ
อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา สํสาโรติ ปวุจฺจติ.