@๙ ม..... ปญฺจปสาทา ๑๐ ฉ.ม., อิ. ปามงฺคสุตฺตํ ฆานํ วฏฺเฏตฺวา ฐปิตหริตาลวฏฺฏึ วิย มญฺญนฺติ, ชิวฺหํ รตฺตกมฺพลปฏลํ วิย มุทุสินิทฺธํ มธุรสรํ ๑- มญฺญนฺติ, กายํ สาลฏฺฐิ ๒- วิย สุวณฺณโตรณํ วิย จ มญฺญนฺติ, มนํ อญฺเญสํ มเนน อสทิสํ อุฬารํ มญฺญนฺติ.
นิจฺจโต อทฺทกฺขุนฺติ นิจฺจนฺติ อทฺทสํสุ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. น ปริมุจฺจึสุ ทุกฺขสฺมาติ สกลสฺมาปิ วฏฺฏทุกฺขา น ปริมุจฺจึสุ. ทกฺขิสฺสนฺตีติ ๓- ปสฺสิสฺสนฺติ. อาปานียกํโสติ สรกสฺส นามํ. ยสฺมา ปเนตฺถ อาปํ ปิวนฺติ, ตสฺมา "อาปานีโย"ติ วุจฺจติ. อาปานีโย จ โส กํโส จาติ ๔- อาปานียกํโส. สุรามณฺฑสรกสฺเสตํ นามํ. "วณฺณสมฺปนฺโน"ติ อาทิวจนโต ปน กํเส ฐิตปานเมว เอวํ วุตฺตํ. ฆมฺมาภิตตฺโตติ ฆมฺเมน อภิตตฺโต. ฆมฺมปเรโตติ ฆมฺเมน ผุฏฺโฐ, อนุคโตติ อตฺโถ. ๖- ปิวโต หิ โข ตํ ฉาเทสฺสตีติ ปิวนฺตสฺส ตํ ปานียํ วณฺณาทิสมฺปตฺติยา รุจิสฺสติ, สกลสรีรํ วา ผริตฺวา ตุฏฺฐึ อุปฺปาทยมานํ ฐสฺสติ. อปฺปฏิสงฺขาติ อปจฺจเวกฺขิตฺวา.
เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ:- อาปานียกํโส วิย หิ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ อารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ, ฆมฺมาภิตตฺตปุริโส วิย วฏฺฏนิสฺสิโต ปุถุชฺชโน, อาปานียกํเสน นิมนฺตนปุริโส วิย โลเก ปิยรูปสาตรูเปน อารมฺมเณน นิมนฺตกชโน, อาปานียกํเส สมฺปตฺติญฺจ อาทีนวญฺจ อาโรเจนฺโต อาปานกมนุสฺโส วิย อาจริยุปชฺฌายาทิโก กลฺยาณมิตฺโต. ยเถว หิ ตสฺส ปุริสสฺส อปโลกิตมนุสฺโส อาปานียกํเส คุณญฺจ อาทีนวญฺจ อาโรเจติ, เอวเมว อาจริโย วา อุปชฺฌาโย วา ภิกฺขุโน ปญฺจสุ กามคุเณสุ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ ๔- กเถติ.
ตตฺถ ยถา อาปานียกํสมฺหิ คุเณ จ อาทีนเว จ อาโรจิเต โส ปุริโส วณฺณาทิสมฺปทายเมว ๕- สญฺชาตเวโค "สเจ มรณํ ภวิสฺสติ, ปจฺฉา ชานิสฺสามี"ติ