@๓ สี. คเต
เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา เนตฺวา ๑- อุปสงฺกมิ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ "อยํ ติตฺถิยสมเย ปาฏิเยกฺโก `อหํ สตฺถา'ติ ปฏิชานนฺโต จรติ, ปพฺพาเชตฺวา ๒- สาสนสฺส อลาภายปิ ปริสกฺเกยฺย. น โข ปนสฺสาหํ อชฺฌาสยํ อาชานามิ, สตฺถา ชานิสฺสตี"ติ. ตสฺมา ตํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. เตนหานนฺท สุสิมํ ปพฺพาเชถาติ ๓- สตฺถา กิร จินฺเตสิ "อยํ ปริพฺพาชโก ติตฺถิยสมเย `อหํ ปาฏิเยกฺโก สตฺถา'ติ ปฏิชานมาโน จรติ, `อิธ มคฺคพฺรหฺมจริยํ จริตุํ อิจฺฉามี'ติ กิร วทติ, กึ นุ โข มยิ ปสนฺโน, อุทาหุ มยฺหํ สาวเกสุ, อุทาหุ มยฺหํ วา มม สาวกานํ วา ธมฺมกถาย ปสนฺโน"ติ. อถสฺส เอกฏฺฐาเนปิ ปสาทาภาวํ ญตฺวา "อยํ มม สาสเน ธมฺมํ เถเนสฺสามีติ ปพฺพาเชติ, ๔- อิติสฺส อาคมนํ อปริสุทฺธํ, นิปฺผตฺติ นุ โข กีทิสา"ติ โอโลเกนฺโต "กิญฺจาปิ `ธมฺมํ เถเนสฺสามี'ติ ปพฺพาเชติ, ๔- กติปาเหเนว ปน ฆเฏตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี"ติ ญตฺวา "เตนหานนฺท สุสิมํ ปพฺพาเชถา"ติ ๓- อาห.
อญฺญา พฺยากตา โหตีติ เต กิร ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เตมาสํ วสฺสํ วสนฺตา ตสฺมึเยว อนฺโตเตมาเส ฆเฏนฺตา วายมนฺตา อรหตฺตํ ปฏิลภึสุ. เต "ปฏิลทฺธคุณํ สตฺถุ อาโรเจสฺสามา"ติ ปริสุทฺธปวารณา ๕- เสนาสนํ สํสาเมตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา อตฺตโน ปฏิลทฺธคุณํ อาโรเจสุํ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อญฺญาติ อรหตฺตสฺส นามํ. พฺยากตาติ อาโรจิตา. อสฺโสสีติ โส กิร โอหิตโสโตว หุตฺวา เตสํ ๖- ภิกฺขูนํ ฐิตฏฺฐานํ คจฺฉติ ตํ ตํ กถํ สุณิตุกาโม. เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? ตํ กิรสฺส ปวุตฺตึ สุตฺวา เอตทโหสิ "อญฺญา นาม อิมสฺมึ สาสเน ปริมาณํ ๗- สารภูตา อาจริยมุฏฺฐิ มญฺเญ ภวิสฺสติ, ปุจฺฉิตฺวา นํ ชานิสฺสามี"ติ. ตสฺมา อุปสงฺกมีติ. ๘-