@๓ ม. อาคตนเยเนว กุลฆรํ เปเสสิ. สา เอเตเนว นีหาเรน สตฺตสุ ฐาเนสุ ปฏินิวตฺติตา จินฺเตสิ "อหํ สตฺตสุ ฐาเนสุ ปฏินิวตฺตา, กึ เม ชีวิเตนา"ติ อตฺตโน อาภรณภณฺฑํ ภญฺชาเปตฺวา สุวณฺณิฏฺฐกํ กาเรสิ. รตนายตํ วิทตฺถิวิตฺถตํ จตุรงฺคุลุพฺเพธํ. ตโต หริตาลมโนสิลาปิณฺฑํ คเหตฺวา อฏฺฐ อุปฺปลหตฺถเก อาทาย กสฺสปทสพลสฺส เจติยกรณฏฺฐานํ คตา. ตสฺมึ จ ขเณ เอกา อิฏฺฐกปนฺติ ปริกฺขิปิตฺวา อาคจฺฉมานา ฆฏนิฏฺฐกาย อูนา โหติ. เสฏฺฐิธีตา วฑฺฒกึ อาห "อิมํ อิฏฺฐกํ เอตฺถ ฐเปถา"ติ. อมฺม ภทฺทเก กาเล อาคตาสิ, สยเมว ฐเปหีติ. สา อารุยฺห เตเลน หริตาลมโนสิลํ โยเชตฺวา เตน พนฺธเนน อิฏฺฐกํ ปติฏฺฐเปตฺวา อุปริ อฏฺฐหิ อุปฺปลหตฺถเกหิ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา "นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน เม กายโต จนฺทนคนฺโธ วายตุ, มุขโต อุปฺปลคนฺโธ"ติ ปตฺถนํ กตฺวา เจติยํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา อคมาสิ.

อถ ตสฺมึเยว ขเณ ยสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปฐมํ เคหํ นีตา, ตสฺส ตํ อารพฺภ สติ อุทปาทิ. นคเรปิ นกฺขตฺตํ สงฺฆุฏฺฐํ โหติ. โส อุปฏฺฐาเก อาห "ตทา อิธ อานีตา เสฏฺฐิธีตา อตฺถิ, กหํ สา"ติ. กุลเคเห สามีติ. ๑- อาเนถ นํ, นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามาติ. เต คนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา ฐิตา "กึ ตาตา อาคตตฺถา"ติ ตาย ปุฏฺฐา ตํ ปวุตฺตึ อาจิกฺขึสุ. ตาตา มยา อาภรณภณฺเฑน เจติยํ ปูชิตํ, อาภรณํ เม นตฺถีติ. เต คนฺตฺวา เสฏฺฐิปุตฺตสฺส อาโรเจสุํ. อาเนถ นํ, ปิลนฺธนํ ลภิสฺสามาติ. เต อานยึสุ. ตสฺสา สห ฆรปฺปเวสเนน สกลเคหํ จนฺทนคนฺธญฺเจว นีลุปฺปลาคนฺธญฺจ วายติ. ๒-

เสฏฺฐิปุตฺโต ตํ ปุจฺฉิ "ปฐมํ ตว สรีรโต ทุคฺคนฺโธ วายิ, อิทานิ ปน เต สรีรโต จนฺทนคนฺโธ, มุขโต อุปฺปลคนฺโธ วายติ, กึ เอตนฺ"ติ. สา อาทิโต ปฏฺฐาย อตฺตโน กตกมฺมํ อาโรเจสิ. เสฏฺฐิปุตฺโต "นิยฺยานิกํ วต

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๓๓๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. จีวรสูตร”