ตํทิวสํเยว จ มาณโวปิ เอกํ ปุปฺผทามํ คนฺถาเปสิ, ภทฺทาปิ เอกํ คนฺถาเปสิ. ตานิ สยนมชฺเฌ ๑- ฐเปตฺวา ภุตฺตสายมาสา อุโภปิ "สยนํ อารุหิสฺสามา"ติ สมาคนฺตฺวา มาณโว ทกฺขิณปสฺเสน สยนํ อารุหิ. ภทฺทา วามปสฺเสน อารุหิตฺวา อาห "ยสฺส ปสฺเส ปุปฺผานิ มิลายนฺติ, ตสฺส ราคจิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ วิชานิสฺสาม, อิมํ ปุปฺผทามํ น อลฺลียิตพฺพนฺ"ติ. เต ปน อญฺญมญฺญสฺส สรีรสมฺผสฺสภเยน ติยามรตฺตึ นิทฺทํ อโนกฺกมนฺตาว วีตินาเมนฺติ, ทิวา ปน หสิตมตฺตํ น โหติ. เต โลกามิเสน อสํสฏฺฐา. ยาว มาตาปิตโร ธรนฺติ, ตาว กุฏุมฺพํ อวิจาเรตฺวา เตสุ กาลกเตสุ วิจารยึสุ. มหตี มาณวสฺส

โส เอกทิวสํ อลงฺกตํ อสฺสํ อารุยฺห มหาชนปริวุโต กมฺมนฺตํ คนฺตฺวา เขตฺตโกฏิยํ ฐิโต นงฺคเลหิ ภินฺนฏฺฐานโต กากาทโย สกุเณ คณฺฑุปฺปาทกาทิปาเณ อุทฺธริตฺวา ขาทนฺเต ทิสฺวา "ตาตา อิเม กึ ขาทนฺตี"ติ ปุจฺฉิ. คณฺฑุปฺปาเท อยฺยาติ. เอเตหิ กตํ ปาปํ กสฺส โหตีติ. ตุมฺหากํ อยฺยาติ. โส จินฺเตสิ "สเจ เอเตหิ กตํ ปาปํ มยฺหํ โหติ, กึ เม กริสฺสติ สตฺตอสีติโกฏิธนํ, กึ ทฺวาทสโยชโน กมฺมนฺโต, กึ ยนฺตพทฺธานิ สฏฺฐิ มหาตฬากานิ, กึ จุทฺทส คามา, สพฺพเมตํ ภทฺทาย กาปิลานิยา นิยฺยาเทตฺวา นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามี"ติ.

ภทฺทาปิกาปิลานี ตสฺมึ ขเณ อพฺภนฺตรวตฺถุมฺหิ ตโย ติลกุมฺเภ ปตฺถาราเปตฺวา ธาตีหิ ปริวุตา นิสินฺนา กาเก ติลปาณเก ขาทมาเน ทิสฺวา "อมฺมา กึ อิเม ขาทนฺตี"ติ ปุจฉิ. ปาณเก อยฺเยติ. อกุสลํ กสฺส โหตีติ. ตุมฺหากํ อยฺเยติ. สา จินฺเตสิ "มยฺหํ จตุหตฺถํ วตฺถํ นาฬิโกทนมตฺตํ จ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, ยทิ จ ปเนตํ เอตฺตเกน ชเนน กตํ อกุสลํ มยฺหํ โหติ, ภวสหสฺเสนปิ วฏฺฏโต สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺกา, อยฺยปุตฺเต อาคตมตฺเตเยว สพฺพํ ตสฺส นิยฺยาเทตฺวา นิกฺขมฺม ปพฺพชิสฺสามี"ติ.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๓๔๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. จีวรสูตร”