"กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ

คนฺธํ มงฺคลเหมญฺจ อุโปสถํ ฉทฺทนฺติเม ทสา"ติ ๑- อิมานิ ทส หตฺถิกุลานิ. ตตฺถ กาฬาวกนฺติ ปกติหตฺถิกุลํ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ทสนฺนํ ปุริสานํ กายพลํ, ตํ เอกสฺส กาฬาวกสฺส หตฺถิโน พลํ. ๒- ยํ ทสนฺนํ กาฬาวกานํ พลํ, ตํ เอกสฺส คงฺเคยฺยสฺส. ยํ ทสนฺนํ คงฺเคยฺยานํ, ตํ เอกสฺส ปณฺฑรสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปณฺฑรานํ, ตํ เอกสฺส ตมฺพสฺส. ยํ ทสนฺนํ ตมฺพานํ, ตํ เอกสฺส ปิงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปิงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส คนฺธหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ คนฺธหตฺถีนํ, ตํ เอกสฺส มงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ มงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส เหมวตสฺส. ยํ ทสนฺนํ เหมวตานํ, ตํ เอกสฺส อุโปสถสฺส. ยํ ทสนฺนํ อุโปสถานํ, ตํ เอกสฺส ฉทฺทนฺตสฺส. ยํ ทสนฺนํ ฉทฺทนฺตานํ, ตํ เอกสฺส ตถาคตสฺส. นารายนสงฺขาตํ พลนฺติปิ ๓- อิทเมว วุจฺจติ. ตเทตํ ปกติหตฺถิคณนาย หตฺถีนํ ๔- โกฏิสหสฺสานํ, ปุริสคณนาย ปน ทสนฺนํ ปุริสโกฏิสหสฺสานํ พลํ โหติ. อิทํ ตาว ตถาคตสฺส กายพลํ. "ทสพลสมนฺนาคโต"ติ เอตฺถ ปน เอตํ สงฺคหํ น คจฺฉติ. เอตํ หิ พาหิรกํ ลามกํ ติรจฺฉานคตานํ สีหาทีนมฺปิ โหติ. เอตํ หิ นิสฺสาย ทุกฺขปริญฺญา วา สมุทยปฺปหานํ วา มคฺคภาวนา วา ผลสจฺฉิกิริยา วา นตฺถิ. อญฺญํ ปน ทสสุ ฐาเนสุ อกมฺปนฏฺเฐน อุปตฺถมฺภนฏฺเฐน จ ทสวิธํ ญาณพลนฺนาม อตฺถิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "ทสพลสมนฺนาคโต"ติ.

กตมํ ปน ตนฺติ? ฐานาฏฺฐานาทีนํ ยถาภูตํ ชานนํ. เสยฺยถีทํ? ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ชานนํ เอกํ, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๗๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ทสพลสูตร ที่ ๒”