อลเมวาติ ยุตฺตเมว. สทฺธาปพฺพชิเตนาติ สทฺธาย ปพฺพชิเตน. กุลปุตฺเตนาติ เทฺว กุลปุตฺตา อาจารกุลปุตฺโต ชาติกุลปุตฺโต จ. ตตฺถ โย ยโต กุโตจิ กุลา ปพฺพชิตฺวา สีลาทโย ปญฺจ ธมฺมกฺขนฺเธ ปูเรติ, อยํ อาจารกุลปุตฺโต นาม. โย ปน ยสกุลปุตฺตาทโย วิย ชาติสมฺปนฺนกุลา ปพฺพชิโต, อยํ ชาติกุลปุตฺโต นาม. เตสุ อิธ อาจารกุลปุตฺโต อธิปฺเปโต. สเจ ปน ชาติกุลปุตฺโต อาจารวา โหติ, อยํ อุตฺตโมเยว. เอวรูเปน กุลปุตฺเตน. วิริยํ อารภิตุนฺติ จตุรงฺคสมนฺนาคตํ วิริยํ กาตุํ. อิทานิ ๒- จตุรงฺคํ ทสฺเสนฺโต กามํ ตโจ จาติอาทิมาห. เอตฺถ หิ ตโจ เอกํ องฺคํ, นฺหารุ เอกํ, อฏฺฐิ เอกํ, มํสโลหิตํ เอกนฺติ. อิทญฺจ ปน จตุรงฺคสมนฺนาคตํ วิริยํ อธิฏฺฐหนฺเตน นวสุ ฐาเนสุ สโมธาตพฺพํ ๓- ปุเรภตฺเต ปจฺฉาภตฺเต ปุริมยาเม มชฺฌิมยาเม ปจฺฉิมยาเม คมเน ฐาเน นิสชฺชาย สยเนติ.

ทุกฺขํ ภิกฺขเว กุสีโต วิหรตีติ อิมสฺมึ สาสเน โย กุสีโต ปุคฺคโล, โส ทุกฺขํ วิหรติ. พาหิรสมเย ปน โย กุสีโต, โส สุขํ วิหรติ. โวกิณฺโณติ มิสฺสีภูโต. สทตฺถนฺติ โสภณํ วา อตฺถํ สกํ วา อตฺถํ, อุภเยนาปิ อรหตฺตเมว อธิปฺเปตํ. ปริหาเปตีติ หาเปติ น ปาปุณาติ. กุสีตปุคฺคลสฺส หิ ฉ ทฺวารานิ อคุตฺตานิ ๔- โหนฺติ, ตีณิ กมฺมานิ อปริสุทฺธานิ, อาชีวฏฺฐมกํ สีลํ อปริโยทาตํ, ภินฺนาชีโว กุลุปโก โหติ. โส สพฺรหฺมจารีนํ อกฺขิมฺหิ ปติตรชํ วิย อุปฆาตกโร หุตฺวา

@๓ ฉ.ม., อิ. สมาธาตพฺพํ ๔ สี. อคุตฺตานิ อรกฺขิตานิ ทุกฺขํ วิหรติ, ปีฐมทฺทโน ๑- เจว โหติ ลณฺฑสาทโน ๒- จ, สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ น สกฺโกติ, ทุลฺลภํ ขณํ วิราเธติ, เตน ภุตฺโต รฏฺฐปิณฺโฑปิ น มหปฺผโล โหติ.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๘๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ทสพลสูตร ที่ ๒”