บทว่า วสฺสภญฺญา ได้แก่วัสสโคตรและภัญญโคตร. ชนทั้งสองพวกนั้นยึดถือทิฏฐิเป็นมูล.
ในบทว่า อเหตุกวาทา เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้
ชื่อว่า อเหตุกวาทา เพราะถือว่าเหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี. ชื่อว่า อกิริยวาทา เพราะถือว่าเมื่อบุคคลทำ บาปชื่อว่าไม่เป็นอันทำเป็นต้น. ชื่อว่า นัตถิกวาทา เพราะถือว่าทานที่ให้แล้วไม่มีผลเป็นต้น.
ในข้อนั้น มีชนอยู่ ๒ พวกมีทิฏฐิอยู่ ๓ อย่าง แต่มิใช่พวกหนึ่งๆ มีทิฏฐิพวกละทิฏฐิครึ่ง ในข้อนี้ พวกหนึ่งๆ พึงทราบว่าทำทิฏฐิทั้งสามให้เกิด. เหมือนภิกษุรูปหนึ่งทำฌานทั้ง ๔ ให้เกิดขึ้นตามลำดับ. เมื่อบุคคลรำพึงยินดีเพลิดเพลินอยู่บ่อยๆ ว่า เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี ความเห็นของเขาย่อมเป็นเหมือนยินดีในฌาน เหมือนมรรคทัสสนะ เขาหยั่งลงสู่ความกำหนดว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ เขาถูกเรียกว่าเป็นผู้มีธรรมฝ่ายดำอย่างแท้จริง. ในฐานะแม้เหล่านี้ คือเมื่อบุคคลทำ บาปไม่ชื่อว่าเป็นอันทำ ทานที่ให้แล้วย่อมไม่มีผล มิจฉาทิฏฐิบุคคลย่อมหยั่งลงสู่ความกำหนดว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ เหมือนหยั่งลงในอเหตุกทิฏฐิ ฉะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที