ตตฺถ อภินนฺทตูติ "มม สนฺติกํ ภิกฺขุสํโฆ อาคจฺฉตู"ติ เอวมสฺส อาคมนํ สมฺปิยายมาโน อภินนฺทตุ. อภิวทตูติ อาคตสฺส จ โอวาทานุสาสนึ ททนฺโต อภิวทตุ.

ปฏิสลฺลานาติ เอกีภาวา. อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขาเรสีติ อิทฺธึ อกาสิ. เอกทฺวีหิกายาติ เอเกโก เจว เทฺว เทฺว จ หุตฺวา. สารชฺชมานรูปาติ โอตฺตปฺปมานสภาวา ภายมานา. กสฺมา ปน ภควา เตสํ ตถา อุปสงฺกมนาย อิทฺธิมกาสีติ? หิตปตฺถนาย. ยทิ หิ เต วคฺควคฺคา หุตฺวา อาคจฺเฉยฺยุํ, "ภควา ภิกฺขุสํฆํ ปณาเมตฺวา อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ, เอกทิวสมฺปิ ตตฺถ วสิตุํ นาสกฺขิ, เวเคเนว ๑- อาคโต"ติ เกฬิมฺปิ กเรยฺยุํ. อถ เนสํ เนว พุทฺธคารวํ ปจฺจุปฏฺฐเหยฺยุํ, น ธมฺมเทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ สมตฺถา ภเวยฺยุํ. สภยานํ ปน สสารชฺชานํ เอกทฺวีหิกาย อาคจฺฉนฺตานํ พุทฺธคารวญฺเจว ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ, ธมฺมเทสนญฺจ สมฺปฏิจฺฉิตุํ สกฺขิสฺสนฺตีติ จินฺเตตฺวา ๒- เตสํ หิตปตฺถนาย ตถา รูปํ อิทฺธึ อกาสิ.

นิสีทึสูติ เตสุ หิ สารชฺชมานรูเปสุ อาคจฺฉนฺเตสุ เอโก ภิกฺขุ "มมํเยว สตฺถา โอโลเกติ, มํเยว มญฺเญ นิคฺคณฺหิตุกาโม"ติ สณิกํ อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทิ, อถญฺโญ, อถญฺโญติ เอวํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ นิสีทึสุ. เอวํ นิสินฺนํ ปน ภิกฺขุสํฆํ สีทนฺตเร สนฺนิสินฺนํ มหาสมุทฺทํ วิย นิวาเต ปทีปํ วิย จ นิจฺจลํ ทิสฺวา สตฺถา จินฺเตสิ "อิเมสํ ภิกฺขูนํ กีทิสี ธมฺมเทสนา วฏฺฏตี"ติ. อถสฺส เอตทโหสิ "อิเม อาหารเหตุ ปณามิตา, ปิณฺฑิยาโลปธมฺมเทสนาว เนสํ สปฺปายา, ตํ เทเสตฺวา ๓- มตฺถเก ติปริวฏฺฏเทสนํ เทเสสฺสามิ, เทสนาปริโยสาเน สพฺเพ อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺตี"ติ. อถ เนสํ ตํ ธมฺมเทสนํ เทเสนฺโต อนฺตมิทํ ภิกฺขเวติ อาทิมาห.

เล่มที่ ๑๗ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค๑๐๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. ปิณโฑลยสูตร”