@๓ ม. เตน ถทฺธํ, ฉ. เตน อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา อนนฺตรํ ธมฺมเสนาปติสฺส อปจิตึ กตฺตุกาโม เยนายสฺมา สาริปุตฺโต, เตนุปสงฺกมิ. วิปฺปสนฺนานีติ สุฏฺฐุ ปสนฺนานิ. อินฺทฺริยานีติ มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ. ปริสุทฺโธติ นิทฺโทโส. ปริโยทาโตติ ตสฺเสว เววจนํ. นิรุปกฺเลสตาเยว หิ เอส ปริโยทาโตติ วุตฺโต, น เสตภาเวน. เอตสฺส จ ปริโยทาตตํ ทิสฺวาว อินฺทฺริยานํ วิปฺปสนฺนตํ อญฺญาสิ. นยคฺคาหปญฺญา กิเรสา เถรสฺส.

กถํ หิ โน สิยาติ เกน การเณน น ลทฺธา ภวิสฺสติ, ลทฺธาเยวาติ อตฺโถ. อิมินา กึ ทีเปติ? สตฺถุ วิสฺสาสิกภาวํ. อยํ กิร สตฺถุ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ปิติเปมํ, อุปาสิกา จสฺส มาติเปมํ ปฏิลภติ. อุโภปิ "มม ปุตฺโต"ติ สตฺถารํ วทนฺติ. ภวนฺตรคโต หิ เนสํ สิเนโห. สา กิร อุปาสิกา ปญฺจ ชาติสตานิ ตถาคตสฺส มาตาว, โส จ คหปติ ปิตาว อโหสิ. ปุน ปญฺจ ชาติสตานิ อุปาสิกา มหามาตา, อุปาสโก มหาปิตา, ตถา จูฬมาตา จูฬปิตาติ. เอวํ สตฺถา ทิยฑฺฒอตฺตภาวสหสฺสํ เตสํเยว หตฺเถ วฑฺฒิโต. เตเนว เต ยํ เนว ปุตฺตสฺส, น ปิตุ สนฺติเก กเถตุํ สกฺกา, ตํ สตฺถุ สนฺติเก นิสินฺนา กเถนฺติ. อิมินาเยว จ การเณน ภควา "เอตทคฺคํ ภิกฺขเว มม สาวกานํ อุปาสกานํ วิสฺสาสิกานํ ยทิทํ นกุลปิตา คหปติ, ๑- เอตทคฺคํ ภิกฺขเว มม สาวิกานํ อุปาสิกานํ วิสฺสาสิกานํ ๑- ยทิทํ นกุลมาตา คหปตานี"ติ ๒- เต เอตทคฺเค ฐเปสิ. อิติ โส อิมํ วิสฺสาสิกภาวํ ปกาเสนฺโต กถํ หิ โน สิยาติ อาห. อมเตน อภิสิตฺโตติ นยิธ ๓- อญฺญํ กิญฺจิ ฌานํ วา วิปสฺสนา วา มคฺโค วา ผลํ วา "อมตาภิเสโก"ติ ทฏฺฐพฺพํ, ๔- มธุรธมฺมเทสนาเยว ปน "อมตาภิเสโก"ติ เวทิตพฺพา. ๕- ทูรโตปีติ ติโรรฏฺฐาปิ ติโรชนปทาปิ.

เปฯ วิสฺสาสิกานนฺติ ปาฐา น ทิสฺสนฺติ

เล่มที่ ๑๗ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. นกุลปิตาสูตร”