@๓ ฉ.ม. ปจฺฉโต วาติ ปาโฐ น ทิสฺสติ วา ทกฺขิณโต วา อุทฺธํ วา ๑- อุสภมตฺตมฺปิ อปกฺกมติ. ตติยํ ปน สีหนาทํ นทิตฺวา เตเนว สทฺธึ ติโยชเน ฐาเน ปญฺญายติ. ติโยชนํ คนฺตฺวา นิวตฺติตฺวา ฐิโต อตฺตโนว นาทสฺส อนุนาทํ สุณาติ. เอวํ สีเฆน ชเวน ปกฺกมตีติ.

เยภุยฺเยนาติ ปาเยน. ภยํ สํเวคํ สนฺตาสนฺติ สพฺพํ จิตฺตุตฺราสสฺเสว นามํ. สีหสฺส หิ สทฺทํ สุตฺวา พหู สตฺตา ภายนฺติ, อปฺปกา น ภายนฺติ. เก ปน เตติ? สมสีโห หตฺถาชานีโย อสฺสาชานีโย อุสภาชานีโย ปุริสาชานีโย ขีณาสโวติ. กสฺมา ปเนเต น ภายนฺตีติ? สมสีโห นาม "ชาติโคตฺตกุลสูรภาเวหิ สมาโนสฺมี"ติ น ภายติ, หตฺถาชานียาทโย อตฺตโน สกฺกายทิฏฺฐิพลวตาย น ภยนฺติ, ขีณาสโว สกฺกายทิฏฺฐิยา ปหีนตฺตา น ภายติ.

พิลาสยาติ พิเล สยนฺตา พิลวาสิโน อหินกุลโคธาทโย. ทกาสยาติ อุทกวาสิโน มจฺฉกจฺฉปาทโย. วนาสยาติ วนวาสิโน หตฺถิอสฺสโคกณฺณมิคาทโย. ปวิสนฺตีติ "อิทานิ อาคนฺตฺวา คณฺหิสฺสตี"ติ มคฺคํ โอโลเกนฺโตว ปวิสนฺติ. ทเฬฺหีติ ถิเรหิ. วรตฺเตหีติ จมฺมรชฺชูหิ. มหิทฺธิโกติอาทีสุ วิชมฺภนภูมิยํ ฐตฺวา ทกฺขิณปสฺสาทีหิ อุสภมตฺตํ, อุชุกํ วีสติอุสภมตฺตาทิลงฺฆนวเสน มหิทฺธิกตา, เสสมิคานํ อธิปติภาเวน มเหสกฺขตา สมนฺตา ติโยชเน สทฺทํ สุตฺวา ปลายนฺตานํ วเสน มหานุภาวตา เวทิตพฺพา.

เอวเมว โขติ ภควา เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ ตถา ตถา อตฺตานํ กเถสิ. "สีโหติ โข ภิกฺขเว ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา"ติ ๒- อิมสฺมึ ตาว สุตฺเต สีหสทิสํ อตฺตานํ กเถสิ. "ภิสกฺโก สลฺลกตฺโตติ โข สุนกฺขตฺต ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนนฺ"ติ ๓- อิมสฺมึ เวชฺชสทิสํ. "พฺราหฺมโณติ ภิกฺขเว ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนนฺ"ติ ๔- อิมสฺมึ พฺราหฺมณสทิสํ. "ปุริโส มคฺคกุสโลติ โข ติสฺส ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนนฺ"ติ ๕- อิมสฺมึ มคฺคเทสกปุริสสทิสํ. "ราชาหมสฺมิ

เล่มที่ ๑๗ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค๘๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. สีหสูตร”