[๑๙๙] ครั้งนั้น เวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่พักผ่อนแล้วเข้าไปหาท่านยมกะ ถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยกับท่านยมกะ ครั้นผ่านการสนทนาปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ถามท่านยมกะว่า ดูกรอาวุโสยมกะ ทราบว่า ท่านเกิด ทิฏฐิอันชั่วช้าเห็นปานนี้ว่า เรารู้ทั่วถึงธรรม ตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วว่า พระขีณาสพ เมื่อตายไปแล้ว ย่อมขาดสูญ ย่อมพินาศ ย่อมไม่เกิดอีก ดังนี้ จริงหรือ? ท่านยมกะตอบว่า อย่างนั้นแล ท่านสารีบุตร. สา. ดูกรท่านยมกะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง? ย. ไม่เที่ยง ท่าน ฯลฯ สา. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง? ย. ไม่เที่ยง ท่าน ฯลฯ สา. เพราะเหตุนี้นั้นแล ยมกะ พระอริยสาวกผู้ใดสดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ฯลฯ รู้ชัดว่า ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก.

[๒๐๐] สา. ดูกรท่านยมกะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ท่านเห็นรูปว่าเป็น สัตว์เป็นบุคคลหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นเวทนาว่าสัตว์เป็นบุคคลหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นสัญญาว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคลหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นสังขารว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคลหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นวิญญาณว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคลหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน.

[๒๐๑] สา. ดูกรท่านยมกะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคล มีในรูปหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลอื่นจากรูปหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลมีในเวทนาหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลอื่นจากเวทนาหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลมีในสัญญาหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลมีในสังขารหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลอื่นจากสังขารหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลมีในวิญญาณหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน. สา. ท่านเห็นว่าสัตว์บุคคลอื่นจากวิญญาณหรือ? ย. ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน.

เล่มที่ ๑๗ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค๑๑๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ยมกสูตร