ด้วยบทว่า เอตฺถาหํ ภนฺเต อนสฺสาสํ นี้ ภิกษุทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ชื่อว่าเป็นผู้ฉิบหายแล้วในพระศาสนานี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระดำริว่า ภิกษุนี้กล่าวว่า เราชื่อว่าฉิบหายแล้วในพระศาสนานี้ เธอยังมีความเพียรยิ่งอยู่ในธาตุกัมมัฏฐานและกสิณเป็นต้นอย่างอื่นหรือหนอ. เมื่อไม่เห็นความเพียรยิ่งนั้น จึงทรงพระดำริว่า กัมมัฏฐานอะไรหนอจักเป็นสัปปายสบายแก่ภิกษุนี้. แต่นั้นทรงเห็นว่า กัมมัฏฐานคืออายตนะนั่นแลจักเป็นสัปปายะ เมื่อจะตรัสบอกกัมมัฏฐานนั้น จึงตรัสว่า ตํ กึ มญฺญสิ ภิกฺขุ ดังนี้เป็นต้น.
บทว่า สาธุ เป็นความร่าเริงในการพยากรณ์ของเธอ.
บทว่า เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺส ความว่า นี้นี่แลเป็นที่สุดคือความขาดไปแห่งวัฏฏทุกข์ คือนิพพาน. จบอรรถกถาปฐมผัสสายตนสูตรที่ ๙
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที