ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า จกฺขุนา โข อาวุโส โลกสฺมึ โลกสญฺญี โหติ โลกมานี ดังนี้. ก็ขึ้นชื่อว่าที่สุดแห่งโลกนี้ ใครๆ ไม่อาจจะรู้จะเห็น จะถึงด้วยการไปได้ แต่ผู้ที่ยังไม่ถึงที่สุด กล่าวคือการดับโลกอันต่างด้วยจักขุเป็นต้นนั้นนั่นแล เพราะอรรถว่าเป็นของชำรุด พึงทราบว่า ชื่อว่าไม่มีการกระทำที่สุดแห่งวัฏฏทุกข์.

ครั้นวิสัชนาปัญหาอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะส่งภิกษุเหล่านั้นไปด้วยคำว่า พวกท่านอย่าสงสัยไปเลยว่า พระสาวกถามปัญหา พระผู้มีพระภาคเจ้านี้ประทับนั่งจับตาชั่ง คือพระสัพพัญญุตญาณ พวกท่านเมื่อปรารถนา เข้าไปเฝ้าพระองค์นั้นนั่นแล ก็คงหายสงสัย จึงกล่าวว่า อากงฺขมานา เป็นต้น.

บทว่า อิเมหิ อากาเรหิ ความว่า ด้วยเหตุเหล่านี้ คือด้วยเหตุแห่งความมีที่สุดแห่งจักราลโลก และด้วยเหตุยังไม่ถึงที่สุดแห่งสังขารโลก.

บทว่า อิเมหิ ปเทหิ ได้แก่ ด้วยการประมวลอักษรเหล่านี้.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๒๘๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. โลกกามคุณสูตร ที่ ๑”