ด้วยคำว่า ตตฺร เม จิตฺตํ พหุลํ คจฺฉมานํ คจฺเฉยฺย นี้ ท่านแสดงว่า จิตเมื่อเกิด ย่อมเกิดมากวาระในกามคุณ ๕ ที่เคยเสวยแล้วด้วยอำนาจสมบัติต่างด้วยปราสาท ๓ ชั้นและนางรำเป็นต้นเหล่านั้น.
บทว่า ปจฺจุปฺปนฺเน วา ความว่า พระองค์ เมื่อจะทรงแสดงอารมณ์น่ารักรื่นรมย์แห่งใจ ต่างด้วยรูปที่เคยเห็นและเสียงที่เคยได้ฟังเป็นต้น ด้วยอำนาจไพรสณฑ์ที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง สระที่เกิดโดยธรรมชาติและหมู่มฤคเป็นต้นให้เป็นสิ่งที่น่าใคร่ (กามคุณ) ในเวลาทรงบำเพ็ญเพียรตลอด ๖ พรรษานี้ จึงทรงแสดงว่า หรือในปัจจุบันเห็นปานนี้ จิตพึงเกิดขึ้นเป็นส่วนมาก.
ด้วยบทว่า อปฺปํ วา อนาคเตสุ นี้ ทรงแสดงว่า จิตที่เป็นส่วนน้อยเท่านั้น พึงเกิดขึ้นในกามคุณ ด้วยสามารถแห่งคำเป็นต้นว่า ในอนาคตจักมีพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าเมตตรัย พระราชาทรงพระนามว่าสังขะ ราชธานีนามว่าเกตุมดี.
บทว่า ตตฺร เม อตฺตรูเปน ความว่า ในที่นั้น เราผู้หวังประโยชน์เกื้อกูลแก่ตน (พึงทำ).
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที