เวลาที่พระศาสดาตรัสกรรมฐานมีมหาภูตรูปเป็นอารมณ์แก่ภิกษุนี้ แล้วตรัสว่าเมื่อเบื่อหน่ายคลายกำหนัดในมหาภูตรูป ๔ นี้ก็จักหลุดพ้นจากวัฏฏะด้วยอาการอย่างนี้ เหมือนเวลาที่ตรัสว่า ท่านจงออกไปในขณะที่อสรพิษเผลอและในขณะที่ราชบุรุษสงัดเงียบแล้วหนีไปตามคำว่า บุรุษผู้เจริญ กิจใดที่ท่านควรทำ จงทำกิจนั้นเสีย เวลาที่ภิกษุนี้ได้กรรมฐานในสำนักพระศาสดา แล้วหนีไปด้วยการหนีคือญาณ เพื่อประโยชน์แก่การหลุดพ้นจากอสรพิษคือมหาภูตรูป เหมือนการได้ยินคำของผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อบุรุษนั้นแล้วออกในขณะที่อสรพิษทั้ง ๔ เผลอและในขณะที่ราชบุรุษสงัดเงียบแล้วหนีซอกซอนไป.
พึงทราบกถาว่าด้วยมหาภูตรูป ๔ อุปาทานขันธ์ ๕ และอายตนกถา ในคำว่า จตุนฺนํ มหาภูตานํ ปฐวีธาตุยา อาโปธาตุยา เป็นต้น โดยนัยที่กล่าวไว้พิสดารแล้วในวิสุทธิมรรคนั่นแล.
ก็ในที่นี้ ปฐวีธาตุพึงเห็นเหมือนงูกัฏฐมุขะ (ปากไม้) ธาตุที่เหลือพึงเห็นเหมือนงูปูติมุขะ (ปากเน่า) งูอัคคิมุขะ (ปากไฟ) และงูสัตถมุขะ (ปากศัสตรา). กายทั้งสิ้นของบุคคลผู้ถูกงูปากไม้กัด ย่อมแข็งกระด้างฉันใด แม้กายทั้งสิ้นย่อมแข็งกระด้าง เพราะปฐวีธาตุกำเริบก็ฉันนั้น.
อนึ่ง กายทั้งสิ้นของผู้ถูกงูปากเน่าเป็นต้นกัด ย่อมน้ำเหลืองไหลออก ย่อมไหม้และย่อมทรุดโทรมฉันใด กายทั้งสิ้นย่อมน้ำเหลืองไหลออก ย่อมไหม้ และย่อมทรุดโทรม แม้เพราะความกำเริบของอาโปธาตุ เตโชธาตุและวาโยธาตุ ฉันนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที