จริงอยู่ ในที่นี้อุปาทายรูป ๔ มีรูปายตนะเป็นต้น, โผฏฐัพพายตนะคือธาตุ ๓, ภูตรูป ๔ เหล่านี้คือธาตุ ๓ เหล่านั้นกับอาโปธาตุในธัมมายตนะจึงเป็น ๔ อากาสธาตุคือปริเฉทรูปแห่งภูตรูปเหล่านั้น วิหารรูป ๕ มีลหุตาเป็นต้น รวมความว่า ภูตรูปและอุปาทายรูปทั้งหมดนี้ จัดเป็นรูปขันธ์.

ขันธ์ ๔ มีเวทนาเป็นต้นซึ่งมีรูปขันธ์นั้นเป็นอารมณ์ จัดเป็นอรูปขันธ์ สำหรับภิกษุผู้กำหนดนามรูป ในบรรดาขันธ์เหล่านั้นว่า รูปขันธ์จัดเป็นรูป อรูปขันธ์ ๔ จัดเป็นนาม แล้วปฏิบัติตามนัยก่อนนั่นแล เป็นอันชื่อว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกรรมฐานจนถึงพระอรหัต.

ความของ โอฆศัพท์ในคำว่า โอฆานํ นี้มีความว่าข้ามได้ยาก.

จริงอยู่ ภิกษุผู้ตั้งความประสงค์ไว้ว่า เราจักบำเพ็ญศีลสังวรแล้วบรรลุพระอรหัต อาศัยกัลยาณมิตรพยายามชอบพึงข้ามโอฆะเหล่านั้น. ท่านเรียกว่าโอฆะ ก็เพราะอรรถว่าข้ามได้โดยยาก ด้วยเหตุดังกล่าวนี้นี่เอง โอฆะแม้เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจกรรมฐานสำหรับภิกษุรูปหนึ่ง.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๕๒๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อาสีวิสสูตร”