อีกต้นหนึ่งยังท้องฟ้าให้เต็มในที่กลางแจ้ง ถูกเถาวัลย์เกี่ยวพัน ยืนต้นอยู่ เปียกน้ำ ๑-๒ ครั้ง ในห้วงน้ำใหญ่ที่หลากมาถึงเกิน ๑-๒ ปี แม้ต้นไม้นี้ เพราะมันยืนต้นระท้องฟ้า และเพราะเปียกอยู่ ๑-๒ ครั้งโดยล่วงไป ๑-๒ ปี ลงสู่แม่น้ำคงคา ฯลฯ ก็ไม่งาม.

แม้อีกต้นหนึ่งเกิดบนเกาะน้อย กลางแม่น้ำคงคา มีลำต้นและกิ่งอ่อน เมื่อโอฆะ ห้วงน้ำหลากมาก็ล้มลอยไปตามกระแสน้ำ เมื่อน้ำไหลถึงก็ชูยอดขึ้นเหมือนฟ้อนรำได้. เพื่อประโยชน์ไรเล่า สาครเหมือนกล่าวกะแม่คงคาว่า ดูก่อนท่านคงคา ท่านนำมาแต่ไม้ต่างๆ มีไม้แก่นจันทน์ และไม้แก่นมีหนามเป็นต้น แต่ไม่นำท่อนไม้มา. แม่น้ำคงคากล่าวว่า ข้าแต่เทวะ นั่นเป็นการดีแล้วละ ข้าก็จักรู้อีกครั้งแล้วไหลมาเหมือนสวมกอดด้วยน้ำสีแดงอีกครั้ง. ต้นไม้แม้นั้นก็ลอยไปตามกระแสน้ำเหมือนอย่างนั้นแล เมื่อน้ำผ่านมาถึง ก็ชูยอดขึ้นเหมือนรำฟ้อนฉะนั้น. ต้นไม้นี้ลงสู่แม่น้ำคงคา เพราะยังเป็นไม้อ่อน ฯลฯ ก็ไม่งาม.

อีกต้นหนึ่งล้มลงขวางแม่น้ำคงคา ถูกทรายคลุมทับไว้ เป็นที่อาศัยของคนเป็นอันมาก เหมือนสะพานทอดอยู่ในระหว่างฉะนั้น. ไม้ไผ่ไม้อ้อไม้กุ่มบกและไม้กุ่มน้ำเป็นต้น ที่ฝั่งทั้ง ๒ ลอยมาติดอยู่ที่ต้นไม้นั้นนั่นแล กอไม้ต่างๆ ก็ลอยมาอย่างนั้น ทั้งสากแตก กระด้งขาด ซากงู ลูกสุนัขและช้างม้าเป็นต้น ก็ติดอยู่ที่นั้นเหมือนกัน. แม่น้ำคงคาใหญ่กระทบสิ่งนั้นแล้วก็แยกเป็น ๒ สาย ทั้งปลา เต่า จระเข้และมังกรเป็นต้นก็อยู่ในที่นั้นนั่นแล แม้ต้นไม้นี้ล้มขวางแม่น้ำคงคา โดยภาวะที่ทำให้เป็นที่อาศัยของมหาชน เมื่องอกงามอยู่ในที่อันเป็นวังวน ถึงสาครก็ไม่งาม บนหลังคลื่นอันมีสีดังแก้วมณี.

ดังนั้น เพื่อจะทรงแสดงโทษอีก ๘ ประการ อันกระทำอันตรายแก่การถึงสมุทรแห่งท่อนไม้ ที่ไปตามกระแสน้ำ เพราะนอกจากโทษ ๘ ประการนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า ท่อนไม้ใหญ่ท่อนโน้น ถูกกระแสน้ำคงคาพัดไปอยู่.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๕๖๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ทารุขันธสูตร ที่ ๑”