จริงอยู่ บุคคลผู้ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ มีอาทิว่าทานที่บุคคลให้แล้วย่อมไม่มีผล พึงทราบเหมือนท่อนไม้เกิดที่พื้นภูเขา ไกลแม่น้ำคงคา ถูกปลวกเป็นต้นกัดกิน ถึงความหาบัญญัติมิได้ในที่นั้นนั่นแล.

จริงอยู่ บุคคลนี้ลงสู่อริยมรรค นั่งบนทุ่นคือสมาธิ ก็ไม่อาจไปถึงสาครคือพระนิพพาน เพราะไกลพระศาสนา.

บุคคลผู้เป็นสมณกุฏุมพี ยังตัดความผูกพันทางคฤหัสถ์ไม่ขาด พึงเห็นเหมือนต้นไม้ที่มีรากอยู่ภายนอก มีกิ่งอยู่ภายใน เกิดที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา.

จริงอยู่ บุคคลนี้คิดว่า ธรรมดาจิตนี้ไม่ต่อเนื่องกัน เมื่อกล่าวว่า เราเป็นสมณะ แต่ก็เป็นคฤหัสถ์ เมื่อกล่าวว่า เราเป็นคฤหัสถ์ แต่ก็เป็นสมณะ ใครจักรู้ว่า เราจะเป็นอย่างไร แม้เมื่อบวชในเวลาแก่ก็ไม่สละความเกี่ยวพันทางคฤหัสถ์. และชื่อว่าสมบัติของผู้บวชในเวลาแก่ย่อมไม่มี. ถ้าจีวรมาถึงเธอไซร้ ก็ถึงแต่จีวรขาดๆ จีวรเก่าๆ หรือจีวรซีดๆ. แม้เสนาสนะเล่า ไม่ว่าบรรณศาลาหรือมณฑป ก็มาถึงแต่ที่อยู่ชายวิหาร.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๕๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ทารุขันธสูตร ที่ ๑”