แม้เมื่อเที่ยวไปบิณฑบาตก็เที่ยวไปข้างหลังเด็กๆ ผู้เป็นลูกและหลาน นั่งในที่ท้ายๆ ด้วยเหตุนั้น เธอจึงเป็นทุกข์ เสียใจ หลั่งน้ำตา คิดว่า ทรัพย์อันเป็นของตระกูลของเรามีอยู่ ควรไหมหนอที่เราใช้ทรัพย์นั้นเลี้ยงชีวิต จึงถามพระวินัยธรรูปหนึ่งว่า ท่านอาจารย์ การพิจารณาสิ่งของอันเป็นของตนแล้วกิน จะสมควรหรือไม่สมควร.

พระวินัยธรตอบว่า ในข้อนี้ไม่มีโทษ ข้อนั้นสมควรแท้. เธอจึงพาพวกภิกษุว่ายาก ประพฤติเลวทรามผู้คบกับตน ๒-๓ รูป ในเวลาเย็นไปภายในบ้าน ยืนอยู่กลางบ้าน ให้เรียกชาวบ้านมากล่าวว่า ท่านจะให้ทรัพย์ที่เกิดจากการประกอบของพวกเราแก่ใคร.

ชาวบ้านพูดว่า ท่านขอรับ พวกท่านเป็นบรรพชิต พวกท่านจะให้ใครเล่า.

ภิกษุนั้นกล่าวว่า ทรัพย์ของตนไม่ควรแก่บรรพชิตหรือ ดังนี้แล้วให้คนถือจอบและตระกร้า กระทำกิจมีการก่อคันนาเป็นต้น รวบรวมปุพพัณณชาต อปรัณณชาตและผลไม้น้อยใหญ่มีอย่างต่างๆ ให้หุงต้มเคี้ยวกินสิ่งปรารถนา ในเหมันตฤดู คิมหันตฤดูและวัสสันตฤดู เป็นสมณกุฏุมพี เลี้ยงชีวิต.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๕๖๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ทารุขันธสูตร ที่ ๑”