บุคคลผู้เกียจคร้านและกินจุ พึงทราบเหมือนต้นไม้ที่ถูกทรายคลุมทับในที่ๆ ล้มลงนั่นแล แล้วกลายเป็นไม้ผุฉะนั้น.
จริงอยู่ ภิกษุทั้งหลายหมายเอาบุคคลเห็นปานนี้ ผู้เห็นแก่อามิสและละโมบในปัจจัย ผู้ละทิ้งอาจารวัตรและอุปัชฌายวัตรเสียแล้ว ยังละเว้นจากอุทเทศ ปริปุจฉาและโยนิโสมนสิการ (การใส่ใจ) จึงกล่าวนิวรณ์ ๕ โดยอรรถอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ พวกเราจะไปสำนักของใคร. ลำดับนั้น ถีนมิทธนิวรณ์ลุกขึ้นกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายไม่เห็นหรือ บุคคลผู้เกียจคร้านอยู่ในวิหารโน้นนั่น ไปบ้านชื่อโน้น ซ้อนข้าวต้มไว้บนข้าวต้ม ขนมไว้บนขนม ซ้อนข้าวสวยไว้บนข้าวสวย มาวิหาร เป็นผู้สละวัตรปฏิบัติหมด ละเว้นจากอุทเทศเป็นต้น ขึ้นเตียงนอน จงให้โอกาสแก่เรา.
ลำดับนั้น กามฉันทนิวรณ์ลุกขึ้นกล่าวว่า เมื่อเราให้โอกาสแก่ท่าน ท่านก็ต้องให้โอกาสแก่เราบ้าง บัดนี้แลเขานอนหลับ ถูกกิเลสรบกวน ตื่นขึ้นก็จักตรึกแต่กามวิตก.
ลำดับนั้น พยาปาทนิวรณ์ลุกขึ้นกล่าวว่า เมื่อเราให้โอกาสแก่ท่าน ท่านก็ต้องให้โอกาสแก่เราบ้าง บัดนี้แลเราหลับไป ลุกขึ้นแล้วถูกต่อว่า ท่านจงทำวัตรปฏิบัติ ก็กล่าวคำหยาบมีประการต่างๆ ว่า ท่านคนพวกนี้ไม่ทำการงานของตน ขวนขวายแต่ในเรา จำจักควักนัยน์ตาออก เที่ยวไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที