มนุษย์ทั้งหลายในที่นั้นพากันสักการะภิกษุนั้น กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงอยู่ในที่นี้แล เพราะการเห็นภิกษุหาได้ยาก จึงพากันสร้างวิหาร ปลูกต้นไม้มีดอกและออกผลแล้ว ให้อยู่ในวิหารนั้น.
ลำดับนั้น ภิกษุทั้งหลายผู้พหูสูตจากวิหารเช่นกับด้วยมหาวิหาร ไปในที่นั้นด้วยตั้งใจว่า จักมาบำเพ็ญวิปัสสนาเป็นต้นในชนบท. ภิกษุนั้นเห็นภิกษุเหล่านั้นยินดีร่าเริง บำเพ็ญวัตรปฏิบัติ วันรุ่งขึ้นจึงพากันเข้าไปบ้านเพื่อภิกขาจารกล่าวว่า พระเถระชื่อโน้นเป็นผู้ทรงพระสูตร พระเถระชื่อโน้นเป็นผู้ทรงอภิธรรม พระเถระชื่อโน้นเป็นผู้ทรงพระวินัย พระเถระชื่อโน้นเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎก เมื่อไรพวกท่านจักได้พระเถระเห็นปานนี้ จักสร้างที่ฟังธรรม.
อุบาสกทั้งหลายคิดว่า พวกเราจักสร้างที่ฟังธรรม ดังนี้แล้ว ชำระทางไปวิหาร แล้วถือเอาเนยใสและน้ำมันเป็นต้น เข้าไปหาพระมหาเถระ กล่าวว่า ท่านขอรับ พวกกระผมจะสร้างที่ฟังธรรม ท่านจงบอกกล่าวต่อพระธรรมกถึก วันรุ่งขึ้นจึงมาฟังธรรม.
พระเถระผู้เป็นเจ้าถิ่นเก็บงำบาตรและจีวรของภิกษุผู้อาคันตุกะ ให้ส่วนแห่งวันล่วงเลยไป ภายในห้องนั่นแล. พระธรรมกถึกผู้กล่าวตอนกลางวัน ลุกขึ้นกล่าวบทสรภัญญะเหมือนเทน้ำจากหม้อ ท่านไม่รู้บทสรภัญญะแม้นั้น. ผู้กล่าวกลางคืนกล่าวตอนกลางคืนแล้วลุกขึ้น เหมือนทำสาครให้กระเพื่อม ท่านไม่รู้จักแม้บทสรภัญญะนั้น. ท่านผู้กล่าวตอนใกล้รุ่ง กล่าวแล้วลุกขึ้น. ท่านก็ไม่รู้บทสรภัญญะแม้นั้น. ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ ล้างหน้า น้อมบาตรและจีวรเข้าไปถวายพระเถระ เข้าไปภิกษาจารกล่าวกะพระมหาเถระว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ผู้กล่าวตอนกลางวันกล่าวชาดกชื่ออะไร. ท่านผู้กล่าวบทสรภัญญะกล่าวสูตรอะไร ผู้กล่าวกลางคืนกล่าวธรรมกถาชื่ออะไร, ผู้กล่าวตอนใกล้รุ่งกล่าวชื่อชาดกอะไร, ชื่อว่าขันธ์ทั้งหลายมีเท่าไร ชื่อว่าธาตุทั้งหลายมีเท่าไร ชื่อว่าอายตนะมีเท่าไร
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที