ภิกษุหนุ่มนั้นตามไปส่งพระเถระแล้วกลับมาวิหารนั่นแหละ จึงตรวจดูโรงฉันเป็นต้น เห็นวิหารน่ารื่นรมย์ จึงคิดว่า ดีแล้วหนอ เราไม่ไปละ ถ้าไป พระธรรมกถึกบางรูปนั่นแหละมาทำลายจิตใจของคนทุกคน ทำวิหารให้เป็นของนิกายตน เมื่อเป็นเช่นนี้ เราไปภายหลังฉันข้าวของชนที่เราได้ภายหลัง จักพักเที่ยวไป.
สมัยต่อมา ภิกษุหนุ่มนั้นฟังว่า เล่ากันมาว่าภิกษุเหล่านั้นเรียนพุทธพจน์ ได้ ๑ นิกาย ๒ นิกาย ๑ ปิฎกและ ๒ ปิฎกเป็นต้น ก็เป็นพระอรรถกถาจารย์ เป็นพระวินัยธร มีบริวารเป็นร้อยเป็นพัน เที่ยวไป. ส่วนภิกษุเหล่าใดไปเพื่อจะทำสมณธรรมในที่นั้น ภิกษุเหล่านั้นเพียรพยายามก็เป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกทาคามี เป็นพระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ ปรินิพพานด้วยสักการะอย่างใหญ่ เธอคิดว่าถ้าเราจักไปแล้วไซร้ สมบัตินี้ก็จักเป็นของเรา แต่เราเมื่อไม่สามารถจะเปลื้องฐานะนี้ได้ จึงต้องเป็นผู้เสื่อมอย่างยิ่ง.
บุคคลนี้เมื่อเปลื้องฐานะนั้น หยั่งลงสู่อริยมรรค นั่งบนทุ่นคือสมาธิ ไม่สามารถบรรลุถึงสาครคือพระนิพพานได้ เพราะตนเป็นผู้อ่อนโยน.
บุคคลผู้ประพฤติย่อหย่อน เรียนบรรดาปฏิปทามีรถวินีตสูตร มหาอริยวังสสูตรและจันโทปมสูตรเป็นต้น ปฏิปทาอย่างใดอย่างหนึ่ง พึงทราบเหมือนต้นไม้เกิดเอง เป็นดังสะพานข้ามในระหว่าง แล้วเกิดเป็นปัจจัยที่อาศัยของชนเป็นอันมาก เพราะมันล้มลงขวางแม่น้ำคงคาแล้วถูกทรายกลบทับไว้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที