ได้ยินว่า ธาตุของท่านเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เรือนร่างสวยงามแข็งแรง แม้กัมมัฏฐานทุกข้อก็เป็นสัปปายะสำหรับท่าน สังขารไม่ว่าจะเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบันเป็นกามาวจร รูปาวจรหรืออรูปาวจรทั้งหมด ล้วนเป็นสัปปายะ (สำหรับท่าน) ทั้งนั้น ชื่อว่ากัมมัฏฐานที่ไม่เป็นสัปปายะไม่มี.
แม้ในกาลทั้งหลาย จะเป็นเวลาก่อนอาหาร หลังอาหาร หรือปฐมยามเป็นต้นก็ตาม (เป็นสัปปายะทั้งนั้น) กาลที่ไม่เป็นสัปปายะไม่มีเลย.
เปรียบเหมือนช้างใหญ่ก้าวลงสู่ภูมิภาคอันเป็นที่เที่ยวหากิน ต้นไม้ที่ต้องใช้งวงจับ ก็ใช้งวงนั่นเองถอนมาจับไว้ ต้นไม้ที่ต้องใช้เท้ากระชุ้น ก็ใช้เท้านั้นเองกระชุ้น แล้วจับไว้ฉันใด ภิกษุรูปที่ ๔ นั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน คือกำหนดธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมด ด้วยการกำหนดกลาปะ ๑- แล้วพิจารณาจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้น รูปที่ ๔ แม้นั้นจึงบอกเฉพาะมรรคที่ตนบรรลุแล้ว. ____________________________ ๑- ปาฐะว่า ยถา นาม ปาริภูมิโอติณฺโณ มหาหตฺถี หตฺเถน คเหตพฺพํ หตฺเถวเนว มุญฺจิตวา คณฺหาติ ปาเทหิ ปหริตฺวา คเหตพฺพํ ปหริตฺวา คณฺหาติ เอวเนว สกลเตภูมิกธมฺเม กลาปคณเณ... ฉบับพม่าเป็น ยถานาม จาริภูมึ โอติณฺโณ มหาหตฺถี ตหฺเถน คเหตพฺพํ หตฺเถวเนว ลุญฺจิตฺวา คณฺหาติ ปาเทหิ ปหริตฺวา คเหตพฺพํ ปาเทหิ ปหริตฺวา คณฺหาติ เอวเมว สกเล เตภูมิกธมฺเม กลาปคุคาเหน... แปลตามฉบับพม่า
ฝ่ายภิกษุรูปที่ถามนี้ก็ยังไม่พอใจด้วยคิดว่า คำพูดของภิกษุเหล่านี้เข้ากันไม่ได้ (เพราะ) ภิกษุรูปที่ ๑ ดำรงอยู่ในสปเทสสังขารกล่าว ภิกษุรูปที่ ๒ ดำรงอยู่ในนิปปเทสสังขารกล่าว ภิกษุรูปที่ ๓ ก็เหมือนเดิม คือดำรงอยู่ในสปเทสสังขารกล่าว (ฝ่าย) ภิกษุรูปที่ ๔ ก็ดำรงอยู่ในนิปปเทสสังขารเช่นกันกล่าว จึงได้เรียนถามภิกษุนั้นว่า ผู้มีอายุ นิพพานซึ่งมีทัสสนะอันบริสุทธิ์นี้ ท่านรู้ได้ตามธรรมดาของตน หรือว่าใครหนอท่าน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที