ก็ชายคนที่พูดว่า ต้นทองกวาวนี้เป็นเหมือนเสาที่ถูกไฟไหม้ในบ้านที่ถูกไฟไหม้ เพราะเขาเป็นบุคคลประเภทสุตมังคลิกะ (เชื่อในสิ่งที่ได้ยินแล้วว่าเป็นมงคล) (แต่) เรื่องนี้ไม่เป็นมงคล.
เขาไม่พอใจคำบอกเล่าของคนคนนั้น ด้วยคิดว่า ความจริงเมื่อเราได้ปรุงยาขนานหนึ่งแล้ว โรคก็ไม่หาย จึงถามชายคนนั้นต่อไปว่า พ่อคุณ. พ่อคนเดียวเท่านั้นที่รู้จักต้นทองกวาว หรือว่าคนอื่น (ที่รู้) ก็ยังมี.
ยังมีอยู่ พ่อคุณ คนชื่อโน้นอยู่ที่บ้านใกล้ประตูทิศทักษิณ. เขาได้เข้าไปถามชายคนนั้น. ชายคนนั้นบอกว่า ต้นทองกวาวมีสีแดงโดยอนุรูปแก่ต้นทองกวาวที่ตนเห็น เพราะตนเห็น ในเวลาที่ต้นทองกวาวบาน. เขาไม่พอใจคำบอกเล่าแม้ของชายคนนั้น ด้วยคิดว่า ชายผู้นี้บอกว่า ต้นทองกวาวแดง ผิดจากคนก่อนที่บอกว่าดำ เพราะเห็นใกล้มากและเห็นไกลมาก (ต่างกัน) จึงถามว่า พ่อคุณ ยังมีอยู่ไหม ใครคนอื่นที่เคยเห็นดอกทองกวาว. เมื่อเขาตอบว่า มี คนชื่อโน้นอยู่ที่บ้านใกล้ประตูพระนครด้านทิศตะวันตก จึงเข้าไปถามชายผู้นั้น. ชายคนนั้นตอบว่า ทองกวาวมีดอกทนทาน เหมือนฝักดาบที่ยังดีๆ (ยังไม่ชำรุด) ตามแนวที่ตนเห็น เพราะเขาเห็นในเวลาทองกวาวมีดอก.
จริงอยู่ ทองกวาวในเวลามีดอกบาน เหมือนจะห้อยอยู่นาน และเหมือนฝักดาบที่ถือห้อยลงมา จะมีฝักห้อยลงมาเหมือนต้นซึก. เขา (ได้ฟังแล้ว) ไม่พอใจคำบอกของคนนั้น ด้วยคิดว่า คนผู้นี้พูดผิดจากคนก่อน เราไม่อาจเชื่อถือถ้อยคำของคนผู้นี้ได้ จึงถามว่า พ่อคุณ ยังมีไหมใครคนอื่นที่เคยเห็นดอกทองกวาว เมื่อเขาตอบว่า มีคนชื่อโน้นอยู่ในบ้านใกล้ประตูพระนครทิศอุดร จึงเข้าไปถามคนๆ นั้น. คนๆ นั้นบอกว่าต้นทองกวาว มีใบดกหนา มีร่มเงาทึบ. ร่มเงาที่ชิดติดกัน ชื่อว่าร่มเงาทึบ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที