ในสองอย่างนั้น เมื่อว่าด้วยสิ่งที่เห็นสมกันก่อน กิจแห่งอัปปนาจะไม่มีอีก แผนกหนึ่งต่างหาก. ส่วนในบาลีเท่านั้น จึงจัดเป็นอัปปนา. แต่เมื่อว่า โดยการแสดงให้เห็นความต่างกันแห่งอายตนะ จึงเป็นอัปปนาดังนี้.

ธรรมดาว่างูนี้ ไม่ชอบอยู่ในที่เย็นและที่เตียนในภายนอก. แต่ในเวลาที่เข้าไปสู่ที่กองหยากเยื่อ ที่รกรุงรังไปด้วยหญ้าและใบไม้และจอมปลวกเป็นต้นเท่านั้นแล้วนอน จึงยินดี ถึงความเป็นสัตว์มีอารมณ์เป็นหนึ่งฉันใด แม้จักษุนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน มีอารมณ์ไม่เสมอกัน ย่อมไม่ยินดีในที่ราบเรียบ มีฝาเรือนที่ทำด้วยทองคำเป็นต้น ไม่ปรารถนาจะดู แต่ชอบดูในสิ่งที่วิจิตรด้วยรูป และวิจิตรด้วยดอกไม้และเครือเถาเป็นต้นเท่านั้น. เพราะว่าเมื่อตาไม่พอดู (ไม่อยากดู) ในที่เช่นนั้น ๔- ก็ยังอยากเปิดหน้าดู. ____________________________ ๔- ปาฐะว่า ยาทิเสสุปิ ฉบับพม่าเป็น ตาทิเสสุหิ แปลตามฉบับพม่า.

แม้จระเข้ออกไปข้างนอก มองไม่เห็นสิ่งตนจะจับกินได้ ย่อมหลับตาคลานไป. แต่เวลาใดลงไปในน้ำชั่ว ๑๐๐ วา เข้าไปสู่โพรงแล้วนอน ในเวลานั้น จิตของมันก็มีอารมณ์เป็นหนึ่ง หลับสบายฉันใด แม้โสตประสาทนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน มีช่องเป็นที่อาศัย อาศัยอากาศกระทำความชอบใจเฉพาะในช่องหูเท่านั้น การอยู่ในช่องหูนั่นแล ย่อมเป็นปัจจัยในการฟังเสียงของโสตประสาทนั้น แม้อากาศที่โปร่งก็ควรเหมือนกัน.

ก็เมื่อบุคคลทำการท่องบ่นภายในถ้ำ เสียงจะไม่ทะลุ ๕- ผนังถ้ำออกมาข้างนอกได้เลย แต่จะออกมาตามช่องของประตูและหน้าต่าง ธาตุกระทบต่อๆ กันมา (คลื่นอากาศ) กระทบโสตประสาท. จึงในเวลานั้น คนที่นั่งบนหลังถ้ำก็รู้ได้ว่า เขาท่องบ่นสูตรชื่อโน้น. ____________________________ ๕- ปาฐะว่า เลณจฺฉทนํ ฉิทฺทิตฺวา ฉบับพม่าเป็น น เวณจฺฉทนํ ภินฺทิตฺวา แปลตามฉบับพม่า.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๖๗๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ฉัปปาณสูตร”