บรรดาบทเหล่านั้น ชื่อว่ากายสังขาร เพราะอรรถว่าอันกายปรุงแต่งให้เกิด เพราะเนื่องด้วยกาย. ชื่อว่าวจีสังขาร เพราะอรรถว่าปรุงแต่งวาจา กระทำให้เกิด. ชื่อว่าจิตตสังขาร เพราะอรรถว่าอันจิตปรุงแต่งให้เกิด เพราะเนื่องด้วยจิต.

ในบทว่า กตโม ปน ภนฺเต นี้ คฤหบดีได้ถามอย่างไร ได้ถามว่า สังขารทั้งหลายเหล่านี้ คลุกเคล้ากันและกัน มัว ไม่ปรากฏชัด แสดงยาก.

จริงอย่างนั้น เจตนา ๒๐ ที่เป็นกุศลและอกุศลอย่างนี้ คือกามาวจรกุศลเจตนา ๘ ดวง อันเกิดขึ้นแล้วให้ถึงการยึด การถือ การปล่อย การไหวในกายทวาร, อกุศลเจตนา ๑๒ ดวงก็ดี ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกก็ดี ท่านเรียกว่า กายสังขาร.

เจตนา ๒๐ ดวงก็ดี วิตกวิจารก็ดี ซึ่งมีประการดังกล่าวอันเกิดขึ้นให้ถึงคางไหวเปล่งวาจาในวจีทวาร ท่านเรียกว่าวจีสังขาร.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๘๔๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. กามภูสูตร ที่ ๒”