สาปิ โข รญฺโญ ปาเท สมฺพาหมานา นิสินฺนา อิตฺถี ปาเท จาเลตฺวา ราชานํ ปโพเธสิ. โส "กหนฺตา คตา"ติ ปุจฺฉิ. กึ ตาสํ ตุเมฺหหิ, ตา เอกํ สมณํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนาติ. ราชา กุทฺโธ อุทฺธเน ปกฺขิตฺตโลณํ วิย ตฏตฏายมาโน อุฏฺฐหิตฺวา "ตมฺพกิปิลฺลิกาหิ นํ ขาทาเปสฺสามี"ติ คจฺฉนฺโต เอกสฺมึ อโสกรุกฺเข

@๓ ฉ.ม. มหาสทฺทํ ๔ ฉ.ม. อนุรูปํ ธมฺมกถํ ตมฺพกิปิลฺลิกานํ ปุฏํ ทิสฺวา หตฺเถนากฑฺฒิตฺวา สาขํ คณฺหิตุํ นาสกฺขิ. กิปิลฺลิกานํ ปุโฏ ฉินฺทิตฺวา ๑- รญฺโญ สีเส ปติ, สกลสรีรํ สาลิถุเสหิ ปริกิณฺณํ วิย ทณฺฑทีปิกาหิ ฌาปิยมานํ ๒- วิย จ อโหสิ. เถโร รญฺโญ ทุฏฺฐภาวํ ญตฺวา อิทฺธิยา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. ตาปิ อิตฺถิโย อุฏฺฐาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา สรีรํ ปุญฺฉนฺติโย วิย ภูมิยํ ปติตปติตา กิปิลฺลิกาโย คเหตฺวา สรีเร ขิปมานา สพฺพา มุขสตฺตีหิ วิชฺฌึสุ "กึ นาเมตํ, อญฺเญ ราชาโน ปพฺพชิเต ทิสฺวา วนฺทนฺติ, ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, อยํ ปน ราชา กิปิลฺลิกปุฏํ สีเส ภินฺทิตุกาโม ชาโต"ติ.

ราชา อตฺตโน อปราธํ ทิสฺวา อุยฺยานปาลํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ "กึ เอส ปพฺพชิโต อญฺเญสุปิ ทิวเสสุ อิธ อาคจฺฉตี"ติ. อาม เทวาติ. อิธ ตฺวํ อาคตทิวเส มยฺหํ อาโรเจยฺยาสีติ. เถโรปิ กติปาเหเนว ปุน อาคนฺตฺวา รุกฺขมูเล นิสีทิ. อุยฺยานปาโล ทิสฺวา "มหนฺโต เม อยํ ปณฺณากาโร"ติ เวเคน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา อุฏฺฐหิตฺวา สงฺขปณวาทิสทฺทํ นิวาเรตฺวา อุคฺคตุคฺคเตหิ อมจฺเจหิ สทฺธึ อุยฺยานํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ "อุปสงฺกมี"ติ.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๑๐๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ภารทวาชสูตร”