วิหารา นิกฺขมิตฺวาติ "รตฺติฏฺฐกาปริจฺฉนฺเน รชตปฏสนฺนิภสมวิปฺปกิณฺณวาลิเก รมณีเย ปริเวเณ กฏฺฐกลาเป พนฺธิตฺวา ขิปมานา วาลิกํ อาลุเฬตฺวา หตฺเถน หตฺถํ อาทาย ปณฺณกุฏึ ปริยายนฺตา `อิเม อิเมสํ ภรตกานํ สกฺกตา, อิเม อิเมสํ ภรตกานํ สกฺกตา'ติ ปุนปฺปุนํ วิรวนฺตา อติวิย อิเม มาณวกา กีฬกีฬํ กโรนฺติ, วิหาเร ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวมฺปิ น ชานนฺติ, ทสฺเสสฺสามิ เนสํ ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวนฺ"ติ จินฺเตตฺวา ปณฺณกุฏิโต นิกฺขมิ.

สีลุตฺตมา ปุพฺพตรา อเหสุนฺติ คุณวนฺตานํ คุเณ กถิเต นิคฺคุณานํ คุณาภาโว ปากโฏว ภวิสฺสตีติ โปราณกพฺราหฺมณานํ คุเณ กเถนฺโต เอวมาห. ตตฺถ สีลุตฺตมาติ สีลเชฏฺฐกา. สีลํ หิ เตสํ อุตฺตมํ, น ชาติโคตฺตํ. เย ปุราณํ สรนฺตีติ เย โปราณกํ พฺราหฺมณธมฺมํ สรนฺติ. อภิภุยฺย โกธนฺติ โกธํ อภิภวิตฺวา เตสํ

เอวํ โปราณานํ คุณํ กเถตฺวา อเถตรหิ พฺราหฺมณานํ มทํ ๑- นิมฺมทนฺโต อิเมว โวกฺกมฺม ชหามฺหเสติอาทิมาห. ๒- ตตฺถ โวกฺกมฺมาติ เอเตหิ คุเณหิ อปกฺกมิตฺวา. ชหามฺหเสติ มยํ ชหาม สชฺฌายามาติ เอตฺตเกเนว พฺราหฺมณมฺหาติ มญฺญมานา พฺราหฺมณา มยนฺติ อิมินา โคตฺเตน มตฺตา หุตฺวา วิสมํ จรนฺติ, วิสมานิ กายกมฺมาทีนิ กโรนฺตีติ อตฺโถ. ปุถุตฺตทณฺฑาติ ๓- ปุถุ อตฺตทณฺฑา เอเตหีติ ปุถุตฺตทณฺฑา, คหิตนานาวิธทณฺฑาติ อตฺโถ. ตสถาวเรสูติ ๔- สตเณฺห นิตฺตเณฺเหสุ. อคุตฺตทฺวารสฺส ภวนฺติ โมฆาติ อสํวุตทฺวารสฺส สพฺเพปิ วตฺตสมาทานา โมฆา ภวนฺตีติ ทีเปติ, ยถา กินฺติ? สุปิเนว ลทฺธํ ปุริสสฺส วิตฺตนฺติ. ยถา สุปิเน ปุริสสฺส ลทฺธํ มณิมุตฺตาทินานาวิธํ วิตฺตโมฆํ โหติ, ปพุชฺฌิตฺวา กิญฺจิ น ปสฺสติ, เอวํ โมฆา ภวนฺตีติ อตฺโถ.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๑๑๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. โลหิจจสูตร”