ราชา ปุน "เอกวารํ คจฺฉา"ติ เปเสสิ. โส คนฺตฺวา "ราชุปฏฺฐานํ นาม ภาริยํ, มา เอวํ กริ, ปุนปิ สีลํ สกฺกา สมาทาตุํ, เจตนฺติ ๑- อาห. อถ นํ ติสฺโส อโวจ "โภ เอกสฺมึ นาม อตฺตภาเว ธุวํ เอกํ มรณํ, นาหํ ปาณาติปาตํ กริสฺสามี"ติ. โส ปุนปิ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตติยมฺปิ เปเสตฺวา อสมฺปฏิจฺฉนฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อตฺตนา ปุจฺฉิ. รญฺโญปิ ตเถว ปฏิวจนํ อทาสิ. อถ ราชา ปุริเส อาณาเปสิ "อยํ รญฺโญ อาณํ โกเปติ, คจฺฉเตสฺส อาฆาตนคณฺฑิกายํ ฐเปตฺวา สีสํ ฉินฺทถา"ติ. รโห จ น เนสํ สญฺญมทาสิ "อิมํ สนฺตชฺชยมานา ๒- เนตฺวา สีสมสฺส อาฆาตนคณฺฑิกายํ ฐเปตฺวา อาคนฺตฺวา มยฺหํ อาโรเจถา"ติ.

เต ตํ อาฆาตนคณฺฑิกายํ นิปชฺชาเปตฺวา ตมสฺส กุกฺกุฏํ หตฺเถสุ ฐปยึสุ. โส ตํ หทเย ฐเปตฺวา "อหํ ตาต มม ชีวิตํ ตุยฺหํ เทมิ, ตว ชีวิตํ อหํ คณฺหามิ, ตฺวํ นิพฺภโย คจฺฉา"ติ วิสฺสชฺเชสิ. กุกฺกุโฏ ปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา อากาเสน คนฺตฺวา วฏฺฏรุกฺเข นิลียิ. ตสฺส กุกฺกุฏสฺส อภยทินฺนฏฺฐานํ กุกฺกุฏคิริ นาม ชาตํ.

ราชา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา อมจฺจปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สพฺพาภรเณหิ อลงฺกริตฺวา อาห "ตาต มยา ตฺวํ เอตทตฺถเมว วีมํสิโต, มยฺหํ ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกามสฺส ตีณิ สํวจฺฉรานิ อติกฺกนฺตานิ, สกฺขิสฺสสิ เม ติโกฏิปริสุทฺธํ กตฺวา อุปฏฺฐเปตุนฺ"ติ. "เอตํ นาม เทว มยฺหํ กมฺมนฺ"ติ นิกฺขมิตฺวา ทฺวารนฺตเร ฐิโต เอกํ ปุริสํ ปาโตว ตโย ติตฺติเร คเหตฺวา ปวิสนฺตํ ทิสฺวา เทฺว กหาปเณ ทตฺวา ติตฺติเร อาทาย ปริโสเธตฺวา ชีรกาทีหิ วาเสตฺวา องฺคาเรสุ สุปกฺเก ปจิตฺวา รญฺโญ อุปฏฺฐาเปสิ. ราชา มหาตเล สิริปลฺลงฺเก นิสินฺโนว เอกํ คเหตฺวา โถกํ ฉินฺทิตฺวา มุเข ปกฺขิปิ, ตาวเทวสฺส สตฺตรสหรณีสหสฺสานิ ผริตฺวา อฏฺฐาสิ.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๑๗๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. รถสูตร”