@๕ ก. อุสฺสาทิสฺสติ น อมนุสฺสคฺคาโห คเหสฺสตีติ "มหคฺโฆ อยํ จนฺทนสาโร, วิมานทฺวาเร นํ ฐเปสฺสามา"ติ มญฺญมานา น อมนุสฺสา คณฺหิสฺสนฺติ.
เอวเมว โขติ เอตฺถ สทฺธึ พาหิเรหิ อฏฺฐหิ โทเสหิ เอวํ โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ:- คงฺคาย อทูเร ปพฺพตถเล ชาโต ตตฺเถว อุปจิกาทีหิ ขชฺชมาโน อปณฺณตฺติกภาวํ คตทารุกฺขนฺโธ วิย หิ "นตฺถิ ทินฺนนฺ"ติอาทิกาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต ปุคฺคโล เวทิตพฺโพ. อยํ หิ สาสนสฺส ทูรีภูตตฺตา อริยมคฺคํ โอรุยฺห สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ. (๑)
คงฺคาตีเร พหิมูโล อนฺโตสาโข หุตฺวา ชาโต วิย อจฺฉินฺนคิหิพนฺธโน สมณกุฏุมฺพิกปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ. อยํ หิ "จิตฺตํ นาเมตํ อนิพทฺธํ, `สมโณมฺหี'ติ วทนฺโตว คิหี โหติ `คิหีมฺหี'ติ วทนฺโตว สมโณ โหติ, โก ชานิสฺสติ กึ ภวิสฺสตี"ติ มหลฺลกกาเล ปพฺพชฺชนฺโตปิ คิหิพนฺธนํ น วิสฺสชฺเชติ. มหลฺลกปพฺพชิตานญฺจ สมฺปตฺติ นาม นตฺถิ. ตสฺส สเจ จีวรํ ปาปุณาติ, อนฺตจฺฉินฺนกํ วา ชิณฺณทุพฺพณฺณํ วา ปาปุณาติ. เสนาสนมฺปิ วิหารปจฺจนฺเต ปณฺณสาลา วา มณฺฑโป วา ปาปุณาติ. ปิณฺฑาย จรนฺเตนาปิ ปุตฺตนตฺตกานํ ทารกานํ ปจฺฉโต จริตพฺพํ โหติ, ปริยนฺเต นิสีทิตพฺพํ โหติ. เตน โส ทุกฺขี ทุมฺมโน อสฺสูนิ มุญฺจนฺโต ๑- "อตฺถิ เม กุลสนฺตกํ ธนํ, กปฺปติ นุ โข ตํ ขาทนฺเตน ๒- ชีวิตุนฺ"ติ จินฺเตตฺวา เอกํ วินยธรํ ปุจฺฉิ ๓- "กึ ภนฺเต อาจริย อตฺตโน สนฺติกํ วิจาเรตฺวา ขาทิตุํ กปฺปติ, โน กปฺปตี"ติ. นตฺเถตฺถ โทโส, วฏฺฏเตตนฺติ. ๔- โส อตฺตโน ภชมานเก กติปเย ทุพฺพเจ ทุราจาเร ภิกฺขู คเหตฺวา สายนฺหสมเย อนฺโตคามํ คนฺตฺวา คามมชฺเฌ ฐิโต คามิเก ปกฺโกสาเปตฺวา "อมฺหากํ ปโยคโต อุฏฺฐิตํ อายํ กสฺส เทถา"ติ อาห. ภนฺเต ตุเมฺห ปพฺพชิตา, มยํ กสฺส ทสฺสามาติ.