สุํสุมาโรปิ พหิ นิกฺขนฺโต คเหตพฺพํ น ปสฺสติ, อกฺขึ นิมฺมิเลตฺวา วิจรติ. ยทา ปน พฺยามสตมตฺตํ อุทกํ โอคาหิตฺวา พิลํ ปวิสิตฺวา นิปนฺโน โหติ, ตทา ตสฺส จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, สุขํ สุปติ. เอวเมว โสตํเปตํ วิลชฺฌาสยํ ๑- อากาสสนฺนิสฺสิตํ, กณฺณฉิทฺทกูปเกเยว อชฺฌาสยํ กโรติ, กณฺณจฺฉิทฺทากาโสเยว ตสฺส สทฺทสวเน ปจฺจโย โหติ. อชฏากาโสปิ วฏฺฏติเยว. อนฺโตเลณสฺมึ หิ สชฺฌาเย กยิรมาเน น เลณจฺฉทนํ ภินฺทิตฺวา สทฺโทว พหิ นิกฺขมติ, ทฺวารวาตปานฉิทฺเทหิ ปน นิกฺขมิตฺวา ธาตุปรมฺปรา ฆฏฺเฏนฺโต อาคนฺตฺวา โสตปฺปสาทํ ฆเฏติ. อถ ตสฺมึ กาเล "อสุกํ นาม สชฺฌายตี"ติ เลณปิฏฺเฐ นิสินฺนา ชานนฺติ.

เอวํ สนฺเต สมฺปตฺตโคจรตา โหติ, กึ ปเนตํ สมฺปตฺตโคจรนฺติ? อาม สมฺปตฺตโคจรํ. ยทิ เอวํ ทูเร เภริอาทีสุ วชฺชมาเนสุ "ทูเร สทฺโท"ติ ชานนํ น ภเวยฺยาติ โน น ภวติ. โสตปฺปสาทสฺมึ หิ สงฺฆฏฺฏิเต "ทูเร สทฺโท, อาสนฺเน สทฺโท, ปรตีเร โอริมตีเร"ติ ตถา ตถา ชานนากาโร โหติ, ธมฺมตา เอสาติ. กึ เอตาย ธมฺมตาย, ยโต ยโต ฉิทฺทํ, ตโต ตโต สวนํ โหติ จนฺทิมสูริยาทีนํ ทสฺสนํ วิยาติ อสมฺปตฺตโคจรเมเวตํ.

ปกฺขีปิ รุกฺเข วา ภูมิยํ วา น รมติ. ยทา ปน เอกํ วา เทฺว วา เลณฺฑุปาเต อติกฺกมฺม อชฏากาสํ ปกฺขนฺโท โหติ, ตทา เอกคฺคจิตฺตตํ อาปชฺชติ. เอวเมว ฆานมฺปิ อากาสชฺฌาสยํ วาตูปนิสฺสยคนฺธโคจรํ. ตถาหิ คาโว นววุฏฺเฐ เทเว ภูมึ ฆายิตฺวา ฆายิตฺวา อากาสาภิมุขา หุตฺวา วาตํ อากฑฺฒนฺติ. องฺคุลีหิ คนฺธปิณฺฑํ คเหตฺวาปิ จ อุปสิงฺฆนกาเล วาตํ อนากฑฺเฒนฺโต เนว ตสฺส คนฺธํ ชานาติ.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๒๓๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ฉัปปาณสูตร”