@๔ สี. วฏฺฏนฺติ, มยํ สจฺจวาทิตาย คณฺหิมฺหาติ อาหํสุ,
@ก. วฏฺฏตีติ สจฺจวาทิตาย คณฺหึสุ มชฺฌฏฺฐาเน จตุอุสภวิตฺถารสฺส อลงฺกตมคฺคสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ เทฺว เทฺว อุสภวิตฺถารมคฺเค ขาณุกณฺฏเก หราเปตฺวา ทณฺฑทีปิกาโย การาเปสิ. ราชปุตฺตาปิ อตฺตโน อาณาปวตฺติฏฺฐาเน โสฬสอุสภมคฺคํ ตเถว อลงฺการาเปสุํ.
ราชา อตฺตโน อาณาปวตฺติฏฺฐานสฺส เกทารสีมํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปริเทวมาโน "ตาตา มยฺหํ ทกฺขิณกฺขึ อุปฺปาเฏตฺวา คณฺหนฺตา วิย คจฺฉถ. เอวํ คณฺหิตฺวา คตา ปน พุทฺธานํ อนุจฺฉวิกํ กเรยฺยาถ, มา สุราโสณฺฑา วิย ปมตฺตา วิจริตฺถา"ติ อาห. เต "ชานิสฺสาม มยํ เทวา"ติ สตฺถารํ คเหตฺวา คตา วิหารํ กาเรตฺวา สตฺถุ นิยฺยาเตตฺวา ตตฺถ สตฺถารํ ปฏิชคฺคนฺตา กาเลน เถราสเน, กาเลน มชฺฌิมาสเน, กาเลน สํฆนวกาสเน ติฏฺฐนฺติ. ทานํ อุปปริกฺขมานานํ ๑- ติณฺณมฺปิ ชนานํ ๒- เอกสทิสเมว อโหสิ. เต อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย จินฺตยึสุ "กถํ นุ โข สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเณฺหยฺยามา"ติ. อถ เนสํ เอตทโหสิ "พุทฺธา นาม ธมฺมครุโน น อามิสครุโน, สีเล ปติฏฺฐมานา ๓- มยํ สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ สกฺขิสฺสามา"ติ ทานสํวิธายเก มนุสฺเส ปกฺโกสาเปตฺวา "ตาตา อิมินาว นีหาเรน ยาคุภตฺตขาทนียาทีนิ สมฺปาเทนฺตา ทานํ ปวตฺเตถา"ติ วตฺวา ทานสํวิทหนปลิโพธํ ฉินฺทึสุ.
อถ เนสํ เชฏฺฐภาตา ปญฺจสเต ปุริเส อาทาย ทสสีเลสุ ปติฏฺฐาย เทฺว กาสายานิ อจฺฉาเทตฺวา กปฺปิยํ อุทกํ ปริภุญฺชมาโน วาสํ กปฺเปสิ. มชฺฌิโม ตีหิ, กนิฏฺโฐ ทฺวีหิ ปุริสสเตหิ สทฺธึ ตเถว ปฏิปชฺชิ. เต ยาวชีวํ สตฺถารํ อุปฏฺฐหึสุ. สตฺถา เตสํเยว สนฺติเก ปรินิพฺพายิ.