ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา มารณนฺติกํ เวทนํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต สตฺถํ อาหรามีติ วทติ, ตสฺมา ปุถุชฺชโน อายสฺมา, เตน อิทมฺปิ มนสิกโรมีติ ๒- ทีเปติ. ยสฺมา วา ฉนฺนํ อายตนานํ นิโรธํ ทิสฺวา จกฺขาทีนิ ติณฺณํ คาหานํ วเสน น สมนุปสฺสามีติ วทสิ, ตสฺมา อิทมฺปิ ตสฺส ภควโต สาสนํ อายสฺมตา มนสิกตฺตพฺพนฺติปิ ปุถุชฺชนภาวเมว ทีเปนฺโต วทติ. นิจฺจกปฺปนฺติ นิจฺจกาลํ. ๓- นิสฺสิตสฺสาติ ตณฺหามานทิฏฺฐีหิ นิสฺสิตสฺส. จลิตนฺติ วิปฺผนฺทิตํ โหติ. ยถยิทํ อายสฺมโต อุปฺปนฺนํ เวทนํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺตสฺส "อหํ เวทยามิ, มม เวทนา"ติ อปฺปหีนคฺคาหสฺส อิทานิ วิปฺผนฺทิตํ โหติ, อิมินาปิ นํ "ปุถุชฺชโนว ตฺวนฺ"ติ วทติ.

ปสฺสทฺธีติ กายจิตฺตปสฺสทฺธิ, กิเลสปสฺสทฺธิ นาม โหตีติ อตฺโถ. นนฺทีติ ตณฺหานนฺทิยา. ๔- อสตีติ ภวตฺถาย อาลยนิกนฺติปริยุฏฺฐาเน อสติ.

@๓ ม. นิจฺจกาเล ๔ ฉ.ม. นติยาติ ตณฺหานติยา อาคติคติ น โหตีติ ปฏิสนฺธิวเสน อาคติ นาม, จุติวเสน คมนํ นาม น โหติ. จุตูปปาโตติ จวนวเสน จุติ, อุปปชฺชนวเสน อุปปาโต. เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรนาติ น อิธ โลเก น ปรโลเก น อุภยตฺถ โหติ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขกิเลสทุกฺขสฺส อยเมว อนฺโต อยํ ปริจฺเฉโท ปริวฏุมภาโว โหติ. อยเมว หิ เอตฺถ อตฺโถ. เย ปน "อุภยมนฺตเรนา"ติ วจนํ คเหตฺวา อนฺตราภวํ อิจฺฉนฺติ, เตสํ วจนํ นิรตฺถกํ. อนฺตรา ภวสฺส หิ ภาโว อภิธมฺเม ปฏิกฺขิตฺโตเยว. "อนฺตเรนา"ติ วจนํ ปน วิกปฺปนฺตรทีปนํ. ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ:- เนว อิธ น หุรํ, อปโร วิกปฺโป น อุภยนฺติ.

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๕๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ฉันนสูตร”