เถโรปิ กิร ตสฺมึเยว ขเณ อาวชฺเชตฺวา เตสํ พฺยสนุปฺปตฺตึ ญตฺวา เวหาสํ อุปฺปติตฺวา อภิมุโข อฏฺฐาสิ. อมนุสฺสา เถรํ ทิสฺวาว "อยฺโย ปุณฺณตฺเถโร เอตี"ติ อปกฺกมึสุ, อุปฺปาติกํ สนฺนิสีทิ. เถโร "มา ภายิตฺถา"ติ เต อสฺสาเสตฺวา "กหํ เต คนฺตุกามา"ติ ๑- ปุจฺฉิ. ภนฺเต อมฺหากํ สกฏฺฐานเมว คจฺฉามาติ. เถโร นาวํ คเณ ๒- อกฺกมิตฺวา "เอเตสํ อิจฺฉิตฏฺฐานํ คจฺฉตู"ติ อธิฏฺฐาสิ. วาณิชกา สกฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ปุตฺตทารสฺส อาโรเจตฺวา "เอถ เถรํ สรณํ คจฺฉามา"ติ ปญฺจสตานิ อตฺตโน ปญฺจหิ มาตุคามสเตหิ สทฺธึ ตีสุ สรเณสุ ปติฏฺฐาย อุปาสกตฺตํ ปฏิปาเทสุํ. ตโต นาวาย ภณฺฑํ โอตาเรตฺวา เถรสฺเสกํ โกฏฺฐาสํ กตฺวา "อยํ ภนฺเต ตุมฺหากํ โกฏฺฐาโส"ติ อาหํสุ. เถโร มยฺหํ วิสุํ โกฏฺฐาสกิจฺจํ นตฺถิ. สตฺถา ปน ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐปุพฺโพติ. น ทิฏฺฐปุพฺโพ ภนฺเตติ. เตนหิ อิมินา สตฺถุ มณฺฑลมาลํ กโรถ, เอวํ สตฺถารํ ปสฺสิสฺสถาติ. เต สาธุ ภนฺเตติ. เตเนว โกฏฺฐาเสน อตฺตโน จ โกฏฺฐาเสหิ มณฺฑลมาลํ กาตุํ อารภึสุ.

สตฺถาปิ กิร ตํ อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ปริโภคํ อกาสิ. อารกฺขมนุสฺสา รตฺตึ โอกาสํ ทิสฺวา "มเหสกฺขา เทวตา อตฺถี"ติ สญฺญํ กรึสุ. อุปาสกา มณฺฑลมาลญฺจ ภิกฺขุสํฆสฺส จ เสนาสนานิ นิฏฺฐาเปตฺวา ทานสมฺภารํ สชฺเชตฺวา "กตํ ภนฺเต อเมฺหหิ อตฺตโน กิจฺจํ, สตฺถารํ ปกฺโกสถา"ติ เถรสฺส อาโรเจสุํ. เถโร สายนฺหสมเย อิทฺธิยา สาวตฺถึ คนฺตฺวา "ภนฺเต วาณิชคามวาสิโน ตุเมฺห ทฏฺฐุกามา, เตสํ อนุกมฺปํ กโรถา"ติ ภควนฺตํ ยาจิ. ภควา อธิวาเสสิ. เถโร สกฏฺฐานเมว ปจฺจาคโต.

ภควาปิ อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ "อานนฺท เสฺว สุนาปรนฺเต วาณิชคาเม ปิณฺฑาย จริสฺสาม, ตฺวํ เอกูนปญฺจสตานํ ภิกฺขูนํ สลากํ เทหี"ติ. เถโร "สาธุ

เล่มที่ ๑๘ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๖๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ปุณณสูตร”