บทว่า เสตา อุปาหนา ความว่า ธรรมดาว่า รองเท้าย่อมมีได้ สำหรับคนผู้เดินทาง หรือสำหรับคนผู้เข้าสู่ดง. ส่วนรองเท้านี้สำหรับขึ้นรถ. ด้วยเหตุนั้น พึงทราบว่า นั่นชื่อว่าเครื่องประดับเท้าของเขา ผสมเงิน อันสมควรแก่รองเท้านั้น ท่านกล่าวไว้อย่างนี้.
บทว่า เสตาย สุทํ วาลวีชนิยา ความว่า จามรและพัดวาลวีชนีมีสีขาวมีด้ามทำด้วยแก้วผลึก. ก็เครื่องประดับเฉพาะเท่านี้ขาวได้มีแล้วแก่พราหมณ์นั้นอย่างเดียวเท่านั้นหามิได้. แม้เครื่องประดับของพราหมณ์นั้นได้ทำด้วยเงินมีเป็นต้นอย่างนี้ว่า ก็พราหมณ์นั้นลูบไล้ด้วยเครื่องลูบไล้ขาว ประดับดอกไม้ขาว ที่นิ้วทั้ง ๑๐ สวมแหวน ที่หูทั้งสองใส่ต่างหูดังนี้. แม้พวกพราหมณ์ผู้เป็นบริวารของเขาได้มีประมาณหนึ่งหมื่น ผ้าเครื่องลูบไล้ ดอกไม้และเครื่องประดับขาว ได้มีแล้วประมาณเท่านั้นเหมือนกัน. ส่วนข้อนั้นอันใดอันท่านกล่าวว่า สาวตฺถิยา นิยฺยายนฺตํ ดังนี้ ความแจ่มแจ้งแห่งการออกไปในข้อนั้นดังต่อไปนี้.
ว่าโดยกิจ พราหมณ์นั้นย่อมกระทำประทักษิณนคร ๖ เดือนครั้งหนึ่ง คนประกาศไปล่วงหน้าว่า แต่นี้ไปพราหมณ์จักกระทำประทักษิณนคร โดยวันทั้งหลายประมาณเท่านี้ ชนเหล่าใดฟังการประกาศนั้นแล้ว กำลังออกไปจากนคร ชนเหล่านั้นจะยังไม่หลีกไป. แม้ชนเหล่าใดหลีกไปแล้ว แม้ชนเหล่านั้นย่อมกลับ ด้วยคิดว่า พวกเราจักได้เห็นสิริสมบัติของท่านผู้มีบุญ. พราหมณ์ย่อมเที่ยวไปสู่นครตลอดวันใด ชาวเมืองทั้งหลายกวาดถนนในนครในกาลนั้น แต่เช้าตรู่ เกลี่ยทรายลง โปรยด้วยดอกไม้ทั้งหลายอันมีข้าวตอกเป็นที่ห้า ตั้งหม้อน้ำ ให้ช่วยกันยกต้นกล้วยทั้งหลาย และธงทั้งหลายขึ้นแล้ว ย่อมทำนครทั้งสิ้นให้อบอวลด้วยกลิ่นธูป.
พราหมณ์สนานศีรษะแต่เช้าตรู่ บริโภคอาหารเช้าแล้ว ก็แต่งตัวด้วยเครื่องอาภรณ์มีผ้านุ่งขาวเป็นต้น โดยนัยอันกล่าวแล้วแล ลงจากปราสาทขึ้นรถ. ลำดับนั้น พราหมณ์เหล่านั้นก็ตกแต่งด้วยผ้าเครื่องลูบไล้และดอกไม้ขาวทั้งหมด ถือร่มขาวแวดล้อมพราหมณ์นั้นอยู่. แต่นั้น ชนทั้งหลายย่อมโปรยผลาผลแก่พวกเด็กหนุ่มก่อน เพื่อการประชุมของมหาชน ต่อแต่นั้น ย่อมโปรยเงินมาสก ต่อแต่นั้น จึงโปรยกหาปณะทั้งหลาย. มหาชนย่อมประชุมกัน การโห่ร้องและการโยนผ้าก็ย่อมเป็นไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที