ตอบว่า เมื่อไม่ยังส่วนกายและวาจาให้เคลื่อนไหว เมื่ออารมณ์อันน่าปรารถนามาสู่คลองในจักขุทวารครั้งแรก ปรารถนาอยู่ซึ่งวิปัสสนาอันมีรูปเป็นอารมณ์ จัดเป็นมโนสุจริต. เมื่อพูดด้วยจิตอันประกอบด้วยวิปัสสนาว่า มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา จัดเป็นวจีสุจริต. เมื่อไม่จับต้องด้วยคิดว่า สิ่งนี้เป็นอนามาส จัดเป็นกายสุจริต.

แม้ในทวารที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

ว่าโดยพิสดาร สุจริตมี ๑๘ ด้วยทวารที่เหลือด้วยประการฉะนี้

แต่โดยสังเขปในข้อนี้ มีสุจริตสามเท่านั้น คือ การสำรวมทางกายในทวาร ๖ จัดเป็นกายสุจริต. การสำรวมทางวาจาจัดเป็นวจีสุจริต. การสำรวมทางใจจัดเป็นมโนสุจริต. ความสำรวมอินทรีย์อย่างนี้ พึงทราบว่า ย่อมยังสุจริตสามให้บริบูรณ์. ท่านกล่าวถึงอินทรียสั่งวรศีล อันศีลตามรักษาแล้ว ด้วยเหตุประมาณเท่านี้.

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๓๔๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “กุณฑลิยสูตร”