สติสัมโพชฌงค์นั้นแล ชื่อว่าวิปุละ เพราะแผ่ไป. ชื่อว่ามหรคต เพราะถึงความเป็นใหญ่. ชื่อว่าอัปปมาณะ เพราะมีความเจริญหาประมาณมิได้. ชื่อว่าอัพยาปัชฌะ เพราะเว้นความพยาบาทโดยห่างไกลนิวรณ์ทั้งหลาย.

บทว่า ตณฺหาย ปหานา กมฺมํ ปหียติ ความว่า กรรมอันใดมีตัณหาเป็นมูลพึงเกิดขึ้น ย่อมละกรรมนั้นได้เพราะการละตัณหา.

บทว่า กมฺมสฺส ปหานา ทุกฺขํ ความว่า วัฏฏทุกข์ แม้อันใดมีกรรมเป็นมูล พึงเกิดขึ้น เพราะละกรรมได้ จึงละวัฏฏทุกข์นั้นได้.

ชื่อว่าสิ้นตัณหาเป็นต้น เพราะสิ้นตัณหาเป็นต้นนั่นแหละ. แต่ว่าโดยความ พึงทราบว่า นิพพาน ท่านกล่าว เพราะความสิ้นไปแห่งตัณหาเหล่านั้น. จบอรรถกถาขยสูตรที่ ๖

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๓๘๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ขยสูตร”