ก็ผู้ใดจักยังจักรให้หมุนไปตามความนิยม ผู้นั้นตั้งแต่ปฏิสนธิย่อมถึงความเป็นผู้ควรกล่าวว่า พระเจ้าจักรพรรดิปรากฏ ดังนี้. คำนั้นก็ควรเหมือนกัน เพราะพูดถึงความเกิดแห่งมูลของบุรุษที่ได้ชื่อแล้ว ก็ผู้ใดเป็นสัตว์วิเศษ ได้ชื่อว่าพระเจ้าจักรพรรดิ ความปรากฏกล่าวคือปฏิสนธิของผู้นั้นมีอยู่ดังนี้ เป็นอธิบายในข้อนี้. ก็เพราะพระเจ้าจักรพรรดิปรากฏ รัตนะทั้งหลายย่อมปรากฏ. พระเจ้าจักรพรรดินั้นย่อมประกอบอยู่ในบุญสมภารแก่เต็มที่พร้อมกับรัตนะเหล่านั้น ที่ปรากฏ.

ในกาลนั้น ชาวโลกเกิดความคิดปรากฏในรัตนะเหล่านั้น. ข้อนั้นก็ควร เพราะพูดถึงกันมาก. ก็เมื่อใด สัญญามีความปรากฏในรัตนะเหล่านั้นเกิดขึ้นแก่ชาวโลก เมื่อนั้นก็เป็นอย่างเดียวเท่านั้นก่อน ภายหลังปรากฏรัตนะนอกนี้ ๖ อย่าง เพราะฉะนั้น จึงถึงรัตนะนั้นอย่างนี้ เพราะพูดถึงกันมาก แม้โดยความต่างเนื้อความแห่งความปรากฏ ข้อนั้นก็ควรแล้ว

ความปรากฏมิใช่ปรากฏเพียงอย่างเดียว ชื่อว่าปาตุภาวะ เพราะยังความปรากฏให้เกิดขึ้น นี้เป็นประเภทแห่งความของความปรากฏ เพราะการสั่งสมบุญอันใด ยังพระเจ้าจักรพรรดิให้ปรากฏด้วยอำนาจปฏิสนธิ ชื่อว่าปาตุภาวะ นี้เป็นประเภทแห่งความของความปรากฏ เพราะการสั่งสมบุญใดยังพระเจ้าจักรพรรดิให้ปรากฏด้วยอำนาจปฏิสนธิ ฉะนั้น ความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ไม่เป็นจักรพรรดิอย่างเดียว แต่แม้รัตนะ ๗ เหล่านี้ก็ปรากฏด้วย เพราะฉะนั้น นี้เป็นอธิบายในข้อนี้.

เหมือนอย่างว่า การสั่งสมบุญนั้นเป็นเหตุให้เกิดพระราชาฉันใด การสั่งสมบุญเป็นเหตุอุปนิสัย แม้แห่งรัตนะโดยปริยายฉันนั้น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิจึงเป็นความปรากฏแห่งรัตนะ ๗ ด้วยดังนี้.

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๔๒๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จักกวัตติสูตร”