เมื่อภิกษุใดกระทำประการดังที่กล่าวแล้วในก่อน ไฟเกิดแต่กรรมลุกโพลง ปล่อยสังขารไม่มีใจครอง ถือเอาสังขารที่มีใจครอง เหงื่อไหลจากสรีระ. ไม่ขึ้นสู่ทางแห่งกรรมฐาน. ภิกษุนั้นถือบาตรจีวรแต่เช้าตรู่ รีบไปไหว้พระเจดีย์ ในเวลาออกไปหาอาหาร เข้าไปบ้านเพื่อหาข้าวยาคู ได้ข้าวยาคูแล้วไปอาสนศาลาแล้วดื่ม.
ลำดับนั้น โดยเพียงกลืนเข้าไป ๒-๓ ครั้ง ไฟเกิดแต่กรรมของภิกษุนั้น ปล่อยสังขารมีใจครอง ถือเอาสังขารไม่มีใจครอง. ภิกษุนั้นถึงการดับความเร่าร้อนแห่งธาตุไฟ ดุจอาบน้ำด้วยหม้อน้ำร้อยหม้อ ฉันข้าวยาคู โดยยึดหลักกรรมฐาน ล้างบาตรและปาก มนสิการกรรมฐานในระหว่างภัตร เที่ยวไปบิณฑบาตในที่ที่เหลือ ฉันอาหารโดยยึดหลักกรรมฐาน ตั้งแต่นั้นจึงถือเอากรรมฐานปรากฏเหมือนลูกศรแล่นไปไม่ขาดสายแล้วมา. นี้ท่านกล่าวว่า นำมาไม่นำไป. [นำกลับไม่นำไป]
อนึ่ง ภิกษุเช่นนี้ดื่มข้าวยาคูแล้วปรารภวิปัสสนา ชื่อว่าบรรลุพระอรหัตในพระพุทธศาสนา เหลือที่จะนับได้ ภิกษุทั้งหลายดื่มข้าวยาคูแล้วไม่บรรลุพระอรหัต ไม่มีในอาสนะใด อาสนะนั้นไม่มีในอาสนศาลาในหมู่บ้านนั้นๆ ในเกาะสีหล.
ก็ภิกษุใดอยู่ด้วยความประมาท ทอดธุระ ทำลายวัตรทั้งหมด มีจิตผูกไว้ด้วยเครื่องมัดจิต ๕ อย่างอยู่ ไม่ทำสัญญาว่า ชื่อว่ากรรมฐานมีอยู่ดังนี้ เข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต เกี่ยวเกาะด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร ทั้งเที่ยวด้วยกันกินด้วยกัน เป็นผู้ออกไปว่างเปล่า. นี้ท่านกล่าวว่า ไม่นำไปไม่นำกลับ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที