พระมหาเถระกล่าวว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ก็เพราะเราเริ่มมนสิการกรรมฐาน เราไม่เคยปล่อยกรรมฐานแล้วงอมือเลย ก็บัดนี้ เราพูดกับพวกท่าน จึงปล่อยกรรมฐานงอมือ ฉะนั้น เราจึงวางไว้ในที่เดิมอีก แล้วงอมือ. พวกอันเตวาสิกกล่าวว่า ท่านขอรับ ดีแล้ว ธรรมดาภิกษุควรเป็นเห็นปานนั้น. การไม่ละกรรมฐานแม้ในบทนี้ พึงทราบว่าเป็นโคจรสัมปชัญญะด้วยประการฉะนี้.

ชื่อว่าอัตตาในภายในไม่มี ใครงอหรือเหยียด. ก็การงอและเหยียดย่อมมีได้ด้วยการซ่านไปแห่งวาโยธาตุอันเป็นกิริยาของจิตดังกล่าวแล้ว ดุจการชักมือและเท้าของช่างหูกด้วยสามารถการชักด้าย เพราะฉะนั้น การกำหนดรู้ พึงทราบว่าเป็นอสัมโมหสัมปชัญญะในที่นี้.

ในบทว่า สํฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ นี้มีอธิบายว่า

การใช้สอยชื่อว่าทรงไว้ ด้วยสามารถการนุ่งและการห่มสังฆาฏิและจีวรด้วยสามารถการรับภิกษาเป็นต้นแห่งบาตร. ในการทรงสังฆาฏิและจีวรนั้น ประโยชน์มีประการดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยนัยมีอาทิว่า ผู้ได้อามิส นุ่งห่มก่อนแล้วจึงเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต เพื่อกำจัดความหนาว ดังนี้ชื่อว่าประโยชน์ พึงทราบสาตถกสัมปชัญญะด้วยสามารถประโยชน์นั้น.

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๕๘๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สติสูตร”