แม้ในการทรงบาตรก็พึงทราบสาตถกสัมปชัญญะ ด้วยสามารถประโยชน์ที่พึงได้ เพราะการถือบาตรเป็นปัจจัยอย่างนี้ว่า เราจักไม่ถือบาตรทันที ถือบาตรนี้แล้ว เที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต จักได้ภิกษา. ก็บาตรหนักไม่เป็นที่สบายแก่ร่างกายอันผอมและทุพพลภาพ. บาตรที่ล้างไม่ดีจะกระทบตุ่มสี่ห้าตุ่ม ไม่เป็นที่สบายแก่ใครๆ บาตรที่ล้างไม่ดี ไม่ควร ความกังวลย่อมมีแก่ผู้ล้างบาตรนั้น. แต่บาตรสีแก้วมณี ที่ควรได้ไม่เป็นที่สบาย โดยนัยที่กล่าวแล้วในจีวรนั้นแล.

ก็บาตรใดที่ได้แล้วด้วยสามารถนิมิตตกรรมเป็นต้น อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่งแก่ผู้เสพนั้น กุศลธรรมย่อมเสื่อม บาตรนี้ไม่เป็นที่สบายโดยส่วนเดียว ผิดไปจากนี้เป็นที่สบาย.

พึงทราบสัปปายสัมปชัญญะในข้อนี้ด้วยอำนาจสัปปายะนั้นและโคจรสัปปชัญญะด้วยอำนาจการไม่ละกรรมฐาน.

ชื่อว่า อัตตาในภายใน ไม่มีใครถือบาตร. ชื่อว่าการถือบาตร ย่อมมีด้วยการซ่านไปแห่งวาโยธาตุอันเป็นกิริยาของจิตดังกล่าวแล้ว. ในการถือบาตรนั้น แม้บาตรก็ไม่มีเจตนา แม้มือก็ไม่มีเจตนา บาตรย่อมไม่รู้ว่าเราถูกมือจับ แม้มือก็ไม่รู้ว่าเราจับบาตร ธาตุเท่านั้นถือเอาหมู่ธาตุ ดุจในการถือบาตรอันมีสีดุจไฟด้วยคีม. พึงทราบอสัมโมหสัมปชัญญะในที่นี้ด้วยสามารถการพิจารณาอันเป็นไปแล้วอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้.

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๕๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สติสูตร”