ตอบว่า ทรงเข้า.

แต่สมาบัตินั้นเป็นขณิกสมาบัติ ก็ขณิกสมาบัติย่อมข่มเวทนาได้ ในภายในสมาบัติเท่านั้น พอออกจากสมาบัติแล้ว เวทนาย่อมครอบงำสรีระอีก เหมือนสาหร่ายขาดจากกัน เพราะไม้ขอนตกหรือเพราะหินตก แล้วก็ปกคลุมน้ำอีกฉะนั้น. สมาบัติที่เข้าด้วยอำนาจมหาวิปัสสนา ๑-ทำหมวด ๗ แห่งรูป ๑- และหมวด ๗ แห่งอรูป มิให้เป็นกอ มิให้เป็นชัฏใด สมาบัตินั้นย่อมข่มไว้ด้วยดี. เมื่อออกจากสมาบัตินั้นแล้วนาน เวทนาจึงจะเกิดขึ้นได้ เหมือนสาหร่ายที่ใช้ให้คนลงสู่สระโบกขรณีเอามือและเท้าแยกไม่ให้ประชิดกันด้วยดี นานจึงจะปกคลุมน้ำได้ ฉะนั้น.

ด้วยประการอย่างนี้ ในวันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำหมวด ๗ แห่งรูปและหมวด ๗ แห่งอรูป มิให้เป็นกอ มิให้เป็นชัฏ เหมือนแรกตั้งวิปัสสนาใหม่ๆ ณ มหาโพธิบัลลังก์ ไหลไปด้วยอาการ ๑๔ ทรงข่มเวทนาด้วยมหาวิปัสสนา ทรงเข้าสมาบัติด้วยทรงดำริว่า ตลอด ๑๐ เดือน เวทนาอย่าเกิดขึ้นเลย ดังนี้. เวทนาอันสมาบัติข่มไว้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ตลอด ๑๐ เดือน. ____________________________ ๑- ดูในวิสุทธิมรรคบาลีภาค ๓ ตอนมัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

บทว่า คิลานา วุฏฺฐิโต ได้แก่ ประชวรแล้ว หายประชวรอีก.

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๖๒๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “คิลานสูตร”