ในบทว่า อถ ปจฺฉา ปุเร อสงฺขิตฺตํ วิมุตฺตํ อปฺปณิหิตนฺติ ปชานาติ นี้ พึงทราบความหมายด้วยอำนาจกัมมัฏฐานบ้าง ด้วยอำนาจสรีระบ้าง ด้วยอำนาจเทศนาบ้าง.

ในบทเหล่านั้น พึงทราบในกัมมัฏฐานก่อน ความเชื่อมั่นต่อกัมมัฏฐาน ชื่อว่าข้างหน้า. พระอรหัต ชื่อว่าข้างหลัง. ในธรรมเหล่านั้น ภิกษุรูปใดถือเอามูลกัมมัฏฐาน. ไม่ปล่อยโอกาสให้ความเร่าร้อนในกิเลส ความหดหู่หรือความฟุ้งซ่านไปในภายนอก เกิดขึ้นได้ เมื่อเริ่มวิปัสสนา มีจิตมั่น ไม่ติดย่อมบรรลุพระอรหัต เหมือนเทียมโคที่ฝึกดีให้แล่นไป และเหมือนใส่ลิ่มสี่เหลี่ยมที่ถากไว้ในช่องสี่เหลี่ยม. ภิกษุรูปนั้นชื่อว่าย่อมรู้ชัดว่า จิตไม่ฟุ้งซ่านไปข้างหลังและข้างหน้า พ้นแล้ว มิได้ตั้งอยู่ ด้วยอำนาจความเชื่อมั่นในกัมมัฏฐานกล่าวคือข้างหน้า และพระอรหัตกล่าวคือข้างหลัง.

ส่วนในสรีระ ข้อปลายนิ้วเท้า ชื่อว่าข้างหน้า. กะโหลกศีรษะ ชื่อว่าข้างหลัง.

ในสองอย่างเหล่านั้น ภิกษุรูปใดมุ่งมั่นในกระดูกข้อปลายนิ้วเท้า เมื่อกำหนดกระดูกด้วยอำนาจการกำหนดสี สัณฐาน ทิศ โอกาส เหมือนฟาดฟ่อนข้าวเหนียว ห้ามความเกิดแห่งความเร่าร้อน เพราะกิเลสในระหว่างเป็นต้น บำเพ็ญภาวนาไปจนถึงกะโหลกศีรษะ. ภิกษุรูปนั้นชื่อว่าย่อมรู้ชัดว่า จิตของเราไม่ฟุ้งซ่านไปข้างหลังและข้างหน้า พ้นแล้ว มิได้ตั้งอยู่ ด้วยอำนาจแห่งข้อนิ้วปลายเท้า กล่าวคือข้างหน้า และแห่งกะโหลกศีรษะ กล่าวคือข้างหลัง.

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๖๓๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ภิกขุนีสูตร”