@๔ ฉ.ม. ปริคฺคณฺหิตฺวา ๕ ฉ.ม. อสมเปกฺขเน สปฺปายํ. สํฆทสฺสนมฺปิ สาตฺถํ. สเจ ปน อนฺโตคาเม มหามณฺฑปํ กาเรตฺวา สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ กาเรนฺเตสุ มนุสฺเสสุ วุตฺตปฺปวาเรเนว ชนสนฺนิปาโต เจว อนฺตราโย จ โหติ, เอวํ ตํ ฐานํ อสปฺปายํ, อนฺตรายาภาเว สปฺปายํ. มหาปริวารานํ เถรานํ ทสฺสเนปิ เอเสว นโย.
อสุภทสฺสนมฺปิ สาตฺถํ. ตทตฺถทีปนตฺถญฺจ อิทํ วตฺถุ:- เอโก กิร ทหรภิกฺขุ สามเณรํ คเหตฺวา ทนฺตกฏฺฐตฺถาย คโต, สามเณโร มคฺคา โอกฺกมิตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺโต อสุภํ ทิสฺวา ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเทว ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต ตีณิ ผลานิ สจฺฉิกตฺวา อุปริมคฺคตฺถาย กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคเหตฺวา อฏฺฐาสิ. ทหโร ตํ อปสฺสนฺโต "สามเณรา"ติ ปกฺโกสิ. โส "มยา ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุนา สทฺธึ เทฺว กถา นาม น กถิตปุพฺพา, อญฺญสฺมิมฺปิ ทิวเส อุปริวิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา "กึ ภนฺเต"ติ ปฏิวจนํ อทาสิ, "เอหี"ติ วุตฺเต เอกวจเนเนว อาคนฺตฺวา "ภนฺเต อิมินา ตาว มคฺเคน คนฺตฺวา มยา ฐิโตกาเส มุหุตฺตํ ปุรตฺถาภิมุขา หุตฺวา โอโลเกถา"ติ อาห, โส ตถา กตฺวา เตน ปตฺตวิเสสเมว ปาปุณิ. เอวํ เอกํ อสุภํ ทฺวินฺนํ ชนานํ อตฺถาย ชาตํ. เอวํ สาตฺถมฺปิ ปเนตํ ปุริสสฺส มาตุคามาสุภํ อสปฺปายํ, มาตุคามสฺส จ ปุริสาสุภํ, สภาคเมว สปฺปายนฺติ เอวํ สปฺปายปริคฺคณฺหณํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ.
เอวํ ปริคฺคหิตสาตฺถสปฺปายสฺส ปน อฏฺฐตึสกมฺมฏฺฐาเนสุ อตฺตโน จิตฺตรุจิยํ กมฺมฏฺฐานสงฺขาตํ โคจรํ อุคฺคเหตฺวา ภิกฺขาจารโคจเร ตํ คเหตฺวาว คมนํ โคจรสมฺปชญฺญํ นาม.
ตสฺสาวิภาวตฺถํ อิทํ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ:- อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ หรติ น ปจฺจาหรติ, เอกจฺโจ ปจฺจาหรติ น หรติ, เอกจฺโจ ปน เนว หรติ น ปจฺจาหรติ, เอกจฺโจ หรติ จ ปจฺจาหรติ จ.