กึ ปน เต สาริปุตฺต เย เต ภวิสฺสนฺตีติ อตีตา ตาว นิรุทฺธา อปณฺณตฺติกภาวํ คตา ทีปสิขา วิย นิพฺพุตา, เอวํนิรุทฺเธ อปณฺณตฺติกภาวํ คเต ตฺวํ กถํ ชานิสฺสสิ, อนาคตพุทฺธานํ ปน คุณา ตยา อตฺตโน จิตฺเตน ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตาติ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห.

กึ ปน ตฺยาหํ สาริปุตฺต เอตรหีติ อนาคตาปิ พุทฺธา อชาตา อนิพฺพตฺตา อนุปฺปนฺนา, เต กถํ ชานิสฺสสิ. เตสํ หิ ชานนํ อปเท อากาเส ปททสฺสนํ วิย โหติ. อิทานิ มยา สทฺธึ เอกวิหาเร วสสิ, เอกโต ภิกฺขาย จรสิ, ธมฺมเทสนากาเล ทกฺขิณปสฺเส นิสีทสิ, กึ ปน มยฺหํ คุณา อตฺตโน เจตสา ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตา ตยาติ อนุยุญฺชนฺโต เอวมาห. เถโร ปน ปุจฺฉิตปุจฺฉิเต "โน เหตํ ภนฺเต"ติ ปฏิกฺขิปติ.

เถรสฺส จ วิทิตมฺปิ อตฺถิ, อวิทิตมฺปิ, กึ โส อตฺตโน วิทิตฏฺฐาเน ปฏิกฺเขปํ กโรติ, อวิทิตฏฺฐาเนติ? วิทิตฏฺฐาเน น กโรติ, อวิทิตฏฺฐาเนเยว กโรติ. เถโร กิร อนุโยเค อารทฺเธ เอวํ อญฺญาสิ "น อยํ อนุโยโค สาวกปารมีญาเณ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ปน อยํ อนุโยโค"ติ อตฺตโน สาวกปารมีญาเณ ปฏิกฺเขปํ อกตฺวาว อวิทิตฏฺฐาเน สพฺพญฺญุตญาเณ ปฏิกฺเขปํ กโรติ. เตน อิทมฺปิ ทีเปติ:- ภควา มยฺหํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ พุทฺธานํ สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติการณชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญาณํ นตฺถีติ.

เอตฺถาติ เอเตสุ อตีตาทิเภเทสุ พุทฺเธสุ. อถ กึ จรหีติ อถ กสฺมา เอวํ ญาเณ อสติ ตยา เอวํ กถิตนฺติ วทติ. ธมฺมนฺวโยติ ธมฺมสฺส ปจฺจกฺขโต ญาณสฺส ๑- อนุโยคํ อนุคนฺตฺวา อุปฺปนฺนํ อนุมานญาณํ นยคฺคาโห วิทิโต, สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวาว อิมินา อากาเรน ชานามิ ภควาติ วทติ. เถรสฺส หิ

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๑๖๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “นาฬันทสูตร”