@๓ ก. มูลโต อถูโล ๔ ฉ.ม. ตาลวณฺฏคฺคาหโกติ ๕ ฉ.ม. ตา น เอวํ เอส. เอส ปน ฆนทุกฺกูเลน ปริวาริโต อโหสิ. เสตา รสฺมิโยติ รสฺมิโย รชตปนาฬิสุปริกฺขิตฺตา. เสตา ปโตทลฏฺฐีติ ปโตทลฏฺฐิปิ รชตปริกฺขิตฺตา.
เสตํ ฉตฺตนฺติ รถมชฺเฌ อุสฺสาปิตํ ฉตฺตมฺปิ เสตํ อโหสิ. เสตํ อุณฺหีสนฺติ อฏฺฐงฺคุลวิตฺถาโร รชตมโย อุณฺหีสปตฺโต เสโต. เสตานิ วตฺถานีติ วตฺถานิปิ เสตานิ เผณปุญฺชวณฺณานิ. เตสุ นิวาสนํ ปญฺจสตคฺฆนิกํ, อุตฺตราสงฺโค สหสฺสคฺฆนิโก. เสตา อุปาหนาติ อุปาหนา นาม มคฺคารูฬฺหสฺส วา โหนฺติ อฏวึ วา ปวิสนฺตสฺส. อยํ ปน รถํ อภิรูโฬฺห, เตนสฺส ตทนุจฺฉวิโก รชตปฏิเสวิโต ปาทาลงฺกาโร นาม เอส เอวํ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. เสตาย สุทํ วาลพีชนิยาติ ผลิกมยทณฺฑาย เสตจมรวาลพีชนิยา. น เกวลญฺจ เอตฺตกเมว ตสฺส เสตํ อโหสิ, โส ปน พฺราหฺมโณ เสตวิเลปนํ วิลิมฺปิ, เสตมาลํ ปิลนฺธิ, ทสสุ องฺคุลีสุ องฺคุลิมุทฺทิกา กณฺเณสุ กุณฺฑลานีติ เอวมาทิ อลงฺกาโรปิสฺส รชตมโย อโหสิ. ปริวารพฺราหฺมณาปิสฺส ทสสหสฺสมตฺตา ตเถว เสตวตฺถวิเลปนมาลาลงฺการา อเหสุํ.
ยํ ปเนตํ สาวตฺถิยา นิยฺยายนฺตนฺติ วุตฺตํ, ตตฺรายํ นิยฺยายนวิภาวนา:- โส กิร ฉนฺนํ ฉนฺนํ มาสานํ เอกวารํ นครํ ปทกฺขิณํ กโรติ, "อิโต เอตฺตเกหิ ทิวเสหิ นครํ ปทกฺขิณํ กริสฺสตี"ติ ปุเรตรเมว โฆสนา กยิรติ. ตํ สุตฺวา เย นครโต น ปกฺกนฺตา, เต น ปกฺกมนฺติ. ๑- เตปิ "ปุญฺญวโต สิริสมฺปตฺตึ ปสฺสิสฺสามา"ติ อาคจฺฉนฺติ. ยํ ทิวสํ พฺราหฺมโณ นครํ อนุวิจรติ, ตทา ปาโตว นครวีถิโย สมฺมชฺชิตฺวา วาลิกํ โอกิริตฺวา ลาชปญฺจเมหิ ปุปฺเผหิ วิปฺปกิริตฺวา ปุณฺณฆเฏ ฐเปตฺวา กทลิโย จ ธเช จ อุสฺสาเปตฺวา สกลนครํ ธูปิตวาสิตํ กโรนฺติ.