บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงสุตะนั้นโดยสรูป จึงตรัสคำว่า เย เต ธมฺมา เป็นต้น. คำนั้นมีนัยดังกล่าวแล้วในเวรัญชกัณฑ์นั่นแล แต่นี้เป็นคำตรัสย้ำในสิกขาบทนี้. ธรรมเห็นปานนั้นเป็นอันภิกษุนั้นสดับแล้วมาก เพราะเหตุนั้น ภิกษุนั้นจึงชื่อว่าพหุสสุตะ, ธรรมเหล่านั้นอันภิกษุนั้นทรงจำไว้ได้ เหตุนั้น ภิกษุนั้นจึงชื่อว่าสุตธระ, ธรรมเหล่านั้นอันภิกษุนั้นสั่งสมไว้ด้วยวาจา ตามเพ่งด้วยใจ แทงตลอดดีแล้วด้วยทิฏฐิ เหตุนั้น ภิกษุนั้นจึงชื่อว่าสุตสันนิจยะ.

บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า วจสา ปริจิตา ได้แก่ อันภิกษุนั้นกระทำให้คล่องปาก.

บทว่า มนสานุเปกฺขิตา มีความว่า อันภิกษุเพ่งด้วยใจแล้ว ย่อมเป็นดุจสว่างไสวด้วยแสงประทีปพันดวงแก่เธอผู้ใคร่ครวญ.

สองบทว่า ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา มีความว่า ธรรมทั้งหลายย่อมเป็นอันภิกษุนั้นแทงตลอดแล้วด้วยดี คือกระทำให้ประจักษ์ชัดแล้วด้วยปัญญาโดยอรรถและโดยการณ์. ____________________________

เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒๔๘๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เรื่องพระฉัพพัคคีย์”