[๓๑๐] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าทุติยฌานแล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเข้าทุติยฌานอยู่ ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้เข้าทุติยฌานแล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้ทุติยฌาน ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้ชำนาญในทุติยฌาน ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ทุติยฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกตติยฌาน ... เข้าตติยฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าตติยฌานอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าตติยฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้ตติยฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในตติยฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ตติยฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกจตุตถฌาน ... เข้าจตุตถฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าจตุตถฌานอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าจตุตถฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้จตุตถฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในจตุตถฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... จตุตถฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกสุญญตวิโมกข์

[๓๑๑] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าสุญญตวิโมกข์แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเข้าสุญญตวิโมกข์อยู่ ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้เข้าสุญญตวิโมกข์แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้สุญญตวิโมกข์ ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้ชำนาญในสุญญตวิโมกข์ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... สุญญตวิโมกข์ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกอนิมิตตวิโมกข์ ... เข้าอนิมิตตวิโมกข์แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอนิมิตตวิโมกข์อยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอนิมิตตวิโมกข์แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้อนิมิตตวิโมกข์ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอนิมิตตวิโมกข์ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อนิมิตตวิโมกข์ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกอัปปณิหิตวิโมกข์ ... เข้าอัปปณิหิตวิโมกข์แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอัปปณิหิตวิโมกข์อยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอัปปณิหิตวิโมกข์แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้อัปปณิหิตวิโมกข์ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอัปปณิหิตวิโมกข์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อัปปณิหิตวิโมกข์ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกสุญญตสมาธิ ... ข้าพเจ้าเข้าสุญญตสมาธิแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเข้าสุญญตสมาธิอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้เข้าสุญญตสมาธิแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้สุญญตสมาธิ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... ข้าพเจ้าเป็นผู้ชำนาญในสุญญตสมาธิ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... สุญญตสมาธิข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกอนิมิตตสมาธิ ... เข้าอนิมิตตสมาธิแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอนิมิตตสมาธิอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอนิมิตตสมาธิแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้อนิมิตตสมาธิ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอนิมิตตสมาธิ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อนิมิตตสมาธิข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกอัปปณิหิตสมาธิ ... เข้าอัปปณิหิตสมาธิแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอัปปณิหิตสมาธิอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอัปปณิหิตสมาธิแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้อัปปณิหิตสมาธิ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอัปปณิหิตสมาธิ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อัปปณิหิตสมาธิข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกสุญญตสมาบัติ

เล่มที่ มหาวิภังค์ ภาค ๒๑๖๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา