[๓๑๕] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าอินทรีย์ ๕ แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอินทรีย์ ๕ อยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอินทรีย์ ๕ แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้อินทรีย์ ๕ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอินทรีย์ ๕ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อินทรีย์ ๕ ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกพละ ๕ ... ข้าพเจ้าเข้าพละ ๕ แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าพละ ๕ อยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าพละ ๕ แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้พละ ๕ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในพละ ๕ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... พละ ๕ ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกโพชฌงค์ ๗
[๓๑๖] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าโพชฌงค์ ๗ แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าโพชฌงค์ ๗ อยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าโพชฌงค์ ๗ แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้โพชฌงค์ ๗ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในโพชฌงค์ ๗ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... โพชฌงค์ ๗ ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกอริยมรรคมีองค์ ๘
[๓๑๗] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าอริยมรรคมีองค์ ๘ แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอริยมรรคมีองค์ ๘ อยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอริยมรรคมีองค์ ๘ แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้อริยมรรคมีองค์ ๘ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอริยมรรคมีองค์ ๘ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อริยมรรคมีองค์ ๘ ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกโสดาปัตติผล
[๓๑๘] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าโสดาปัตติผลแล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าโสดาปัตติผลอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าโสดาปัตติผลแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้โสดาปัตติผล ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในโสดาปัตติผล ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... โสดาปัตติผล ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกสกทาคามิผล ... ข้าพเจ้าเข้าสกทาคามิผลแล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าสกทาคามิผลอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าสกทาคามิผลแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้สกทาคามิผล ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในสกทาคามิผล ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... สกทาคามิผล ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกอนาคามิผล ... ข้าพเจ้าเข้าอนาคามิผลแล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอนาคามิผลอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอนาคามิผลแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ได้อนาคามิผล ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอนาคามิผล ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อนาคามิผล ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกอรหัตตผล ... เข้าอรหัตตผลแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เข้าอรหัตตผลอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้เข้าอรหัตตผลแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... เป็นผู้ชำนาญในอรหัตตผล ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ... อรหัตตผล ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บอกสละ ราคะ โทสะ โมหะ